ปลอบประโลมภาษีอีเพย์เมนต์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ปลอบประโลมภาษีอีเพย์เมนต์

Date Time: 8 ธ.ค. 2561 06:30 น.

Video

Kioxia บริษัทอะไร? เข้าตลาดไม่ถึง 2 ปี ขึ้นแท่นหุ้นเบอร์ 1 ญี่ปุ่น | Digital Frontiers EP.69

Summary

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายอีเพย์เมนต์ หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. ...เพื่อรองรับระบบภาษี

Latest


นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายอีเพย์เมนต์ หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. ...เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.นั้น กฎหมายมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ไม่ได้มีเจตนาไปเก็บภาษีจากผู้ค้าออนไลน์เป็นการเฉพาะ เพราะผู้ค้าออนไลน์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว โดยกฎหมายดังกล่าวจะเริ่มใช้ในปีภาษี 2563 หรือในวันที่ 1 ม.ค.2563 เนื่องจากต้องรอการเชื่อมระบบระหว่างกรมสรรพากรกับสถาบันการเงิน จะมีผลต่อการยื่นภาษีในปี 2564 ถ้าเป็นบุคคลธรรมดายื่นแบบช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.2564

ทั้งนี้ ในกฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกิจทางการเงินมายังกรมสรรพากร หากบุคคลใดมีการรับเงินเข้าบัญชีเงินปีละ 400 ครั้ง และมีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท กรณีที่เปิดบัญชีกับธนาคาร 1 แห่ง หรือในกรณีที่มีเงินเข้าบัญชีปีละ 3,000 ครั้ง ทุกบัญชีธนาคารรวมกัน ธนาคารพาณิชย์จะต้องรายงานธุรกรรมทางการเงินของบุคคลนั้น ซึ่งจะพบว่าเงินที่รับโอนในแต่ละวันจะต้องมีมากถึง 10 ครั้ง ถึงจะมียอดรวมกัน 3,650 ครั้ง เกินกว่า 3,000 ครั้งต่อปี หรือรับโอนเงิน 5,000 บาทต่อครั้ง เป็นจำนวน 400 ครั้ง จะมีจำนวนเงิน 2 ล้านบาท ถ้าทั้งปีรับโอน 10 ล้านบาท แต่จำนวนครั้งมีแค่ 117 ครั้ง ก็จะไม่เข้าข่ายที่ธนาคารพาณิชย์ต้องส่งข้อมูล

นายปิ่นสายกล่าวว่า ในการเสียภาษีนั้น หากเป็นผู้มีรายได้ ที่ไม่ใช่ค่าจ้างเงินเดือน จะอยู่ในมาตรา 40 (2-8) โดยเสียภาษี 2 แบบคือ 1.เหมาจ่าย 0.5% ของรายได้ เช่น มีรายได้ 1,000 บาท เสียภาษี 5 บาท หรือ 2.เลือกที่จะเสียภาษีแบบอัตราก้าวหน้า หรือเสียภาษีตามขั้นบันได ตั้งแต่ 5-35% ซึ่งการเสียภาษีแบบขั้นบันไดนั้น จะต้องนำรายได้มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมด ซึ่งเมื่อกรมสรรพากรคำนวณแล้วพบว่าภาษีรูปแบบไหนเสียมากกว่ากันจะเก็บอันนั้น แต่ส่วนใหญ่ผู้ทำอาชีพอิสระหรือค้าออนไลน์ จะถูกประเมินในแบบแรกมากกว่า หากมีรายได้ 1 ล้านบาท เสียภาษีประมาณ 5,000 บาท และมีรายได้ 2 ล้านบาท เข้าข่ายต้องรายงานธุรกรรมจะเสียภาษีประมาณ 10,000 บาท

“ยืนยันว่ากฎหมายนี้ไม่ขัดแย้งกับนโยบายสังคมไร้เงินสดของรัฐบาล เนื่องจากการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น และหากผู้ประกอบการมีประวัติทางการเงินที่ถูกต้องและโปร่งใสจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน และการขอสินเชื่อต่างๆ ดังนั้นไม่อยากให้ประชาชนกังวลมาก เพราะข้อมูลที่กรมได้รับมานั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่นำมาประเมินในเรื่องภาษี โดยจะส่งมาแค่ชื่อ นามสกุล จำนวนครั้งเท่านั้น ไม่ได้มีการลงรายละเอียด ซึ่งกรมจะนำข้อมูลดังกล่าวมาผนวกกับข้อมูลอื่นๆที่มีอยู่ประมวลผลในคอมพิวเตอร์เพื่อจัดชั้นความเสี่ยงในการเสียภาษี และสร้างความยุติธรรมในการเสียภาษีของบุคคลธรรมดา”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ