
ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ย้อนเหตุบิลน้ำไฟชวนตะลึง ชาวบ้านตาสีตาสาแทบเป็นลมล้มคว่ำ เจอใบแจ้งหนี้เสียบหน้าบ้าน ตัวเลข 6 หลัก!
ย้อนกลับไปเมื่อปี 20 พฤษจิกายน 2555 มีชาวบ้านรายหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ได้รับใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปา สูงถึงเกือบ 1 ล้านบาท!
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบว่า เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น และเจ้าของบ้านหลังนี้มีชื่อว่า นางพันธ์พิศ ศรีทรง อายุ 43 ปี กำลังนอนเป็นลม โดยมีเพื่อนบ้านนับ 10 คน กำลังช่วยกันปฐมพยาบาลนางพันธ์พิศกันจ้าละหวั่น
ในขณะที่ บิลแจ้งหนี้ค่าน้ำประปา ระบุว่า ค่าน้ำ 845,627.12 บาท ค่าบริการทั่วไป 30.00 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 59,196 บาท รวมเป็นค่าน้ำประปาประจำเดือนทั้งสิ้น 904,853.12 บาท
หลังเพื่อนบ้านปฐมพยาบาลอยู่นาน นางพันธ์พิศ ได้สติ และเล่าให้ฟังว่า ที่บ้านพักอาศัยอยู่กับสามี และลูกสาว รวม 3 คน มีโอ่งใส่น้ำเพียง 3 ใบเท่านั้น ส่วนตนไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะต้องออกไปรับจ้างเกี่ยวข้าวในนา แต่เมื่อกลับบ้านมาตอนเย็นของเมื่อวานพบว่ามีใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาเสียบไว้ที่ประตูบ้าน แต่ด้วยความเหนื่อยจึงเก็บใส่กระเป๋า เปิดดูในวันรุ่งขึ้น
พอรุ่งเช้ามาเปิดดูพบว่า ค่าน้ำสูงถึงเกือบ 1 ล้านบาท จึงรีบนำบิลไปสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน พบว่าทุกคนได้รับใบแจ้งหนี้เสียค่าน้ำปกติ แต่ของตนกลับแพงกว่าคนอื่น และเมื่อเดือนตุลาคม เสียค่าน้ำไม่เกิน 300 บาท และเคยเสียสูงสุดก็ไม่เกิน 600 บาทเท่านั้น
ต่อมาภายหลัง ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค อ.กุมภวาปี ได้ชี้แจงว่า ประปาเขต 7 ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการ จดหน่วยมาตรวัดน้ำและออกใบแจ้งหนี้ให้กับผู้ใช้บริการน้ำประปาในพื้นที่ แต่เนื่องจากว่าใกล้หมดสัญญากับบริษัทดังกล่าวแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ของการประปา ต้องออกไปทำหน้าที่แทน จนอาจเกิดความบกพร่องกดเลขในมาตรเกิน (ปกติมีเพียง 4 หลัก แต่ในบิลมี 5 หลัก) แต่สามารถทำการยกเลิกแก้ไขต่อไปได้
กลางปี 2551 นายประมาณ สุขมหา อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดระยอง โอดว่า มีใบแจ้งหนี้ค่าไฟ จำนวน 4 แสนบาท ทั้งที่แต่ละเดือนแทบจะไม่ได้ใช้ไฟฟ้า
ในขณะที่ นายประมาณ ทำมาหากินประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงปลาดุก และสวนหมาก เช่าห้องของน้องสาวอยู่ตามปกติ ต่อมามีบิลทวงค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พบว่า บิลค่าไฟระบุยอดที่ต้องจ่ายมาเป็นจำนวนเงิน 385,210.36 บาท
นายประมาณ ตกใจมาก เพราะในบ้านของตัวเองนั้น มีเพียงโทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม และหม้อหุงข้าวเท่านั้น มิหนำซ้ำ ค่าไฟแต่ละเดือนยังไม่เคยเกิน 300 บาทอีกด้วย
นอกจากนี้ บิลค่าไฟเจ้ากรรมยังระบุมาอีกว่า 2 เดือนก่อน นายประมาณได้ค้างค่าไฟไว้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 62,802.24 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 25,000.68 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 385,210.36 บาท
นายประมาณ ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ใช้ไฟมากมายถึงขนาดนี้ มิหนำซ้ำ เขายังตรวจดูมิเตอร์อยู่เสมอ ซึ่งเขาจดไว้ว่าตัวเลขในมิเตอร์ต้นเดือนและท้ายเดือนนั้นอยู่ที่ 11154-11402 แค่ 248 หน่วยเท่านั้น
จากนั้น นายประมาณไม่นิ่งเฉย แจ้งไปที่การไฟฟ้า อ.บ้านค่าย ทันที แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า จะส่งเรื่องไปยังเขต จ.ชลบุรี
สรุปสุดท้าย ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ออกมาแจงว่า เครื่องวัดมิเตอร์ผิดพลาด ทำให้หน่วยตัวเลขเพิ่มขึ้น ซึ่งค่าไฟที่ต้องเสียจริงเพียง 123 บาทเท่านั้น
ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2557 นางกฤษณา โต้มทอง เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้รับแจ้งค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกเก็บค่าไฟของเดือนเมษายน เป็นเงินจำนวนถึง 445,396.85 บาท กำหนดชำระภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
เมื่อดูจากตัวบ้านของ นางกฤษณา ก็พบว่า เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง และโดยปกตินั้น นางกฤษณา ก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง เนื่องจากสามีเสียชีวิตไปนานแล้ว นานๆ ทีน้องเขยจะมาเยี่ยมเยียนสักครั้ง
ส่วนภายในบ้านก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มาก อีกทั้ง นางกฤษณา ก็ไม่เคยใช้ไฟอย่างฟุ่มเฟือย และที่ผ่านมาก็ไม่เคยถูกเรียกเก็บค่าไฟเกิน 1,000 บาทเลย แต่ปรากฏว่า เมื่อได้รับบิลค่าไฟของเดือนล่าสุด ถึงกับแทบช็อกเมื่อพบว่าถูกเรียกเก็บเงินกว่า 4.4 แสนบาท โดยสาวกรมศิลป์ คาดว่า อาจมาจากความผิดพลาดบางอย่าง เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ที่บ้านตนจะใช้ไฟฟ้าปริมาณมากถึงขนาดนี้
ในท้ายที่สุด อย่าลืมว่า ประชาชนตาดำๆ
ย่อมมีสิทธิทักท้วง ร้องเรียนขอตรวจสอบ
หากคุณพบว่า ค่าใช้จ่ายน้ำไฟของคุณสูงเกินปกติ
มิเช่นนั้น เงินที่คุณทำมาหากินมาได้ด้วยความยากลำบาก
จะถูกจ่ายออกไปโดยไม่เป็นธรรม!