
“นกแอร์” ส่อแววเพิ่มทุนชี้บอร์ดกำลังถก แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ขณะเดียวกันจ่อลงนามเอ็มโอยู ขอรับผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิต่อจากการบินไทย คุยโวต่อ ปี 62 หยุดขาดทุนได้แน่นอน
นายประเวช องอาจสิทธิกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า คณะกรรมการนกแอร์ได้มีการพิจารณาเรื่องการเพิ่มทุนนกแอร์รอบใหม่ เนื่องจากนกแอร์มีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดเครื่องหมาย C (Caution) บนหุ้นนกแอร์
“หากบริษัทใดถูกขึ้นเครื่องหมาย C ติดต่อกัน 3 ไตรมาส ก็มีแนวโน้มต้องเพิ่มทุน ซึ่งถือเป็นข้อความ (message) ที่ไม่ต้องพูดก็รู้กันอยู่แล้ว แต่การเพิ่มทุนก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดและผู้ถือหุ้นก่อน จึงจะดำเนินการได้ โดยตอนนี้บอร์ดนกแอร์ยังไม่ได้ตัดสินใจแต่อย่างใด”
อย่างไรก็ตาม นายประเวช ได้ปฏิเสธกระแสข่าวการเจรจาขายหุ้นนกแอร์ให้พันธมิตรรายใหม่ ว่า เรื่องดังกล่าวนกแอร์จะดำเนินการหาพันธมิตรใหม่ได้ก็ต่อเมื่อบริษัทแข็งแรงและอยู่ในสถานะที่พร้อมเติบโต และทางเดียวที่จะโตได้ ก็คือหาพันธมิตรร่วมทุนรายใหม่ ซึ่งยืนยันว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ นกแอร์จะต้องรอให้ผ่านพ้นจุดขาดทุนไปก่อน ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่นกแอร์จะต้องสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองก่อน
นายประเวช กล่าวต่อว่า นกแอร์จะต้องหาแนวทางเพิ่มรายได้และลดต้นทุน เพื่อหยุดขาดทุนให้ได้ในปี 2562 โดยตั้งเป้าหมายที่จะให้บริษัทหยุดขาดทุนต่อเนื่อง 3 ไตรมาสก่อน เพื่อสร้างความมั่นคง จากนั้นวางแผนสร้างความเติบโตต่อไป โดยจะเพิ่มรายได้ด้วยการขยายฐานบินใหม่ๆ เนื่องจากสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นฐานหลักของนกแอร์ในปัจจุบัน มีความหนาแน่นมากและเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ยาก ดังนั้น ขณะนี้นกแอร์อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอรับ-ส่งผู้โดยสารต่อจากสายการบินไทย เนื่องจากสายการบินไทยมีผู้โดยสารยุโรป ที่มาลงในสนามบินสุวรรณภูมิและต้องการต่อเครื่องไปต่างจังหวัดจำนวนมากโดยเฉพาะ จ.อุดรธานี โดยขณะนี้นกแอร์ได้ส่งร่างบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ไปให้การบินไทยพิจารณาแล้วและยังต้องหารือกันต่อไป
นอกจากนี้ นกแอร์มีแผนที่จะเปิดให้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (Chater Flight) ในสนามบินอู่ตะเภาอีกครั้ง หากท่องเที่ยวจีนฟื้นตัว เพราะนกแอร์มีตารางบินอยู่แล้ว นอกจากนี้ ก็ได้เพิ่มเส้นทางภูเก็ต-เฉินตูไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนกแอร์จะเพิ่มความร่วมมือด้านโค้ดแชร์กับสายการบินนกสกู๊ตที่เป็นบริษัทลูก ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านมากขึ้น โดยจะเริ่มเห็นความชัดเจนเรื่องโค้ดแชร์ของเส้นทางในประเทศภายในปีนี้และเส้นทางระหว่างประเทศภายในปีหน้า ขณะเดียวกันนกแอร์ตั้งเป้าจะลดต้นทุนให้ได้ 10% ด้วยการลดประเภทเครื่องบินจาก 3 ประเภท เหลือ 2 ประเภท เพื่อลดค่าใช้จ่าย ด้านการซ่อมบำรุง.