
“บิ๊กตู่” ลั่นดันประเทศไทยพ้นประเทศรายได้ปานกลางให้เร็วสุด ไม่ต้องรอครบ 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ ยันประเทศไทยฐานะการเงินการคลังแกร่ง สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ในกรอบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมประจำปี 2561 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เรื่อง “ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา” ว่า รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านความมั่นคง, ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน, ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์, ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม, ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
สำหรับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติครั้งนี้ ดำเนินการบนฐานข้อมูลความรู้ การศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในประเทศอย่างรอบคอบ รวมทั้งได้มีการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่คาดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ในมิติต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ข้อจำกัด และความเสี่ยงของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้มีการรับฟังความเห็นจากภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติสามารถแก้ไขได้โดยให้มีการทบทวนทุก 5 ปี หรือในกรณีที่สถานการณ์ของโลกหรือสถานการณ์ของประเทศเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการตามเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์ด้านหนึ่งด้านใดได้ มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ หากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็สามารถดำเนินการได้ โดยให้คณะกรรมการขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนดำเนินการ
“ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีกำหนดเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศในระยะยาว นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คนมีคุณภาพ และจะทำให้ประเทศพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางอย่างเร็วที่สุด ไม่ใช่ต้องรอให้ครบ 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศตามร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีร่วมกัน เพราะยุทธศาสตร์ชาติและประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ทุกหน่วยงานถือเป็นตัวแทนทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ โดยต้องมีการสร้างความเข้าใจและการรับรู้ให้ตรงกัน เพื่อให้ทุกคนเห็นอนาคตและเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่วันข้างหน้า ซึ่งต้องมีก้าวแรกเสมอ และต้องช่วยกันประคับประคองให้เดินไปอย่างมั่นคง เพื่อให้รัฐบาลทุกรัฐบาลทำงานประสานกันได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นกรอบให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการใช้งบประมาณอย่างถูกต้อง ไม่ผิดหลักการ
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า สถานการณ์การเงินการคลังของประเทศไทยอยู่ในกรอบทั้งหมด โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 42% และประมาณการว่าในปี 2571 สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 46% ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 60% ดังนั้นการดำเนินการโครงการต่างๆของรัฐบาลไม่ได้ทำให้สถานะทางการเงินการคลังของประเทศเสียหายแต่อย่างใด ดังนั้นอย่าไปบิดเบือน
“สถานะทางการเงินของไทยมีความมั่นคงในอันดับต้นๆ ของภูมิภาคและของโลก โดยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคง นอกจากนี้ รัฐบาลได้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบและสัญญาขายฝากที่ดิน ทำให้สามารถเรียกคืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนได้ ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนแก้ไขปัญหานี้ได้”
ด้านนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า การจัดประชุมใหญ่ทางวิชาการขึ้นในปีนี้ ในหัวข้อเรื่อง “ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา” มีวัตถุประสงค์มุ่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจในแนวคิดและสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ให้กับภาคีการพัฒนา รวมถึงระดมความเห็นร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการจัดทำร่างแผนแม่บทเพื่อขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาสำคัญในมิติต่างๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ได้กำหนดว่าหลังจากจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเสร็จแล้ว จะต้องมีการจัดทำแผนแม่บท เพื่อที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ โดยแผนแม่บทจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่มีความชัดเจน และในแต่ละเป้าหมายต้องมีการกำหนดแผนงานย่อยและโครงการที่จะดำเนินการในทุกช่วง 5 ปี ตามช่วงเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
“ขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมแสดงความเห็นในการจัดทำร่างแผนแม่บทด้านต่างๆ ในช่วงของการจัดทำแผนแม่บทระหว่างนี้จนถึงต้นเดือน พ.ย.2561 และจะบรรจุโครงการต่างๆเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2563 ต่อไป”.