
นายกรณ์ จาติกวณิช เปิดเผยภายหลังเข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเทพ ธัญพงศ์ชัย ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อคัดค้านการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทโกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ของบริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี บริษัทในเครือ บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงานมาแล้ว ทั้งนี้ต้องการให้ กกพ.ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ปตท.ซึ่งเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจแต่กลับเข้ามาแข่งขันกับเอกชนว่าขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 75 ที่ห้ามหน่วยงานรัฐทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชนหรือไม่ เนื่องจาก ปตท.เป็นผู้ประกอบการค้าก๊าซรายใหญ่ แม้จะมีการเปิดเสรีไปแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังมีเพียง ปตท.เท่านั้นที่เป็นผู้นำเข้า
นอกจากนี้ หากปล่อยให้มีการควบรวมจะทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดในพื้นที่ดังกล่าวสูงถึง 90% “ประเด็นที่ต้องการให้ กกพ.พิจารณาคือการแข่งขันธุรกิจไฟฟ้าเป็นหน้าที่หลักของปตท.หรือไม่ เพราะปัจจุบันมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กฟผ.) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศอยู่แล้ว อีกทั้งหากปล่อยให้มีการควบรวมกิจการกันได้ก็จะเกิดการโอนเงินซื้อขายหุ้นถึง 100,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่ได้รับเงินเป็นบริษัทต่างชาติที่จะรับโอนเงินออกนอกประเทศถึง 70,000 ล้านบาท และหากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดกฎหมาย แต่มีการซื้อขายหุ้นไปแล้วจะทำอย่างไร กกพ.จึงควรพิจารณาให้ละเอียด”
นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ปตท.ไม่ควรจะทำธุรกิจกาแฟอเมซอน เพราะไม่ใช่พันธกิจหลักของบริษัทและมองว่ากรณีนี้ก็ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 75 เช่นกัน จึงควรจะขายหุ้นให้กับประชาชนที่เป็นเจ้าของร้านกาแฟ ซึ่งทราบว่าขณะนี้ก็เป็นแฟรนไชส์ถึง 90% อยู่แล้ว
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษก กกพ. กล่าวว่า การพิจารณากรณีดังกล่าวต้องยึดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ถือเป็นกรณีแรกที่ให้พิจารณาการผูกขาดในเชิงพื้นที่.