"เวลา" เงื่อนสำคัญ สัญญาโรงไฟฟ้า SPP

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"เวลา" เงื่อนสำคัญ สัญญาโรงไฟฟ้า SPP

Date Time: 14 ส.ค. 2561 05:01 น.

Summary

ปัญหายืดเยื้อประเด็นไม่ต่อสัญญา “โรงไฟฟ้า SPP” ระบบ “ความร้อนร่วม” ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงว่าเป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากแก๊ส ไอน้ำ ดูจะเป็นข้อกังวลใจสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม.

Latest

ปักหมุด "คนตังค์น้อย" เที่ยวไทยปี 2569 5 เมืองน่าเที่ยวประหยัดงบได้จริง

ปัญหายืดเยื้อประเด็นไม่ต่อสัญญา “โรงไฟฟ้า SPP” ระบบ “ความร้อนร่วม” ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงว่าเป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากแก๊ส ไอน้ำ ดูจะเป็นข้อกังวลใจสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมยุคไทยแลนด์ 4.0

“ไฟฟ้าระบบ SPP” ที่ว่านี้อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก่อให้เกิดเสถียรภาพต่อระบบไฟฟ้า...โรงงานสามารถที่จะซื้อไฟฟ้าได้โดยตรงผ่านสายไฟส่งโดยเฉพาะ ทำให้ไม่มีปัญหาไฟตก ไฟดับ

อัญชลี ชวนิตย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มองว่า “ไฟฟ้า” ที่มั่นคงและมีเสถียรภาพนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในระบบการผลิตโรงงานอุตสาหกรรม เลยทำให้โรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมีความมั่นใจในระบบไฟฟ้า

แม้ปัจจุบันไทยจะมีกำลังไฟฟ้าสำรองในระบบที่เพียงพอ แต่ส่วนหนึ่งมาจากการพึ่งพาเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว ดังนั้น...ในสภาวการณ์ที่ภัยธรรมชาติกลายเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมและเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จนอาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนไฟฟ้าในระบบฉุกเฉินแบบไม่คาดคิด การมี SPP...น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจประเทศ รวมทั้งไม่กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของภาคประชาชนกรณีเกิดเหตุวิกฤติด้วย

วันที่ 9 สิงหาคม 2561 หลังผลประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย พลังงาน (กบง.) ความคืบหน้ามีว่า กบง.ยังไม่ได้ข้อสรุปในการพิจารณาแนวทางรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ประเภทพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ที่จะหมดสัญญาในช่วงปี 2560-2568 เนื่องจากต้องรอหารือและปรับปรุงรายละเอียดจากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559

ทำให้ต้องรอนำเสนอที่ประชุม กพช. เพื่อหาข้อสรุปต่อไป...ทำให้เรื่องดังกล่าวซึ่งยืดเยื้อมาสองปีกว่าแล้วต้องเลื่อนต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนข้ามชาติที่เป็นลูกค้าของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จำนวน 25 รายที่จะทยอยสิ้นสุดอายุสัญญาเป็นชุดแรกเป็นอย่างมาก

และ...วันนี้กลุ่มนักลงทุนของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เริ่มมีเสียงสะท้อนที่ดังขึ้นเรื่อยๆถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานด้าน “ไฟฟ้า” และ “ไอน้ำ” ว่าจะมีเพียงพอรองรับการลงทุนพื้นที่ EEC ในอนาคตหรือไม่

โชติ ชูสุวรรณ กรรมการเลขาธิการ สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เสริมว่า เมื่อย้อนดูความจำเป็นแรกเริ่มเดิมทีของการก่อตั้งโรงไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จะพบว่าเป็นโมเดลที่ก่อตั้งโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้ามามีบทบาทเป็นกลไกตั้งต้นในการส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคอุตสาหกรรมที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย

ทั้งช่วยส่งประโยชน์ในการลดเงินลงทุนด้านระบบสายส่งให้กับภาครัฐ และ กฟผ. ด้วยข้อดีคือเป็นโรงไฟฟ้าขนาดไม่ใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ใช้ได้กระแสไฟฟ้าความเสถียรสูง ไม่ตก ไม่ดับ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในระบบผลิต และยังสามารถผลิตไอน้ำพลังความร้อนป้อนภาคอุตสาหกรรมได้

ทว่า...SPP ก็มีข้อด้อยด้านต้นทุนต่อหน่วยในการผลิตและบริหารจัดการที่สูงกว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) เพราะ SPP มีภาระต้นทุน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสายส่ง กำลังคน จนถึงการเดินเครื่อง รวมถึงมีกลไกและการบริหารที่ต่างกัน โดย IPP ทำหน้าที่ผลิตและขายกระแสไฟฟ้าทั้งหมดป้อนให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ขณะที่ SPP ต้องเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าตามช่วงเวลาและตามความต้องการของลูกค้าที่เป็นภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ดังนั้น ที่ผ่านมา กว่า 2 ปีจึงเกิดการต่อรองระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ SPP และภาครัฐ เพื่อหาข้อยุติด้าน “ราคารับซื้อ” และ “ปริมาณรับซื้อ” ไฟฟ้ามาตลอด

ซึ่งท้ายสุดผู้ประกอบการ SPP ได้ยอมตามเงื่อนไขของ กพช. ทั้งการปรับลดสัดส่วนการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จาก 90 เมกะวัตต์ เหลือเพียง 30 เมกะวัตต์ต่อโรงไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อให้ทางเทคนิคสามารถสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้

ขณะที่ “ราคา” ก็ลดลงมาเหลือประมาณ 2.70 บาท (ที่ราคาก๊าซอยู่ที่ 253 บาท/MMBTU) จากสัญญาเดิมที่ราคาก๊าซเท่ากันจะเท่ากับ 2.98 บาท ซึ่งถ้าสามารถซื้อก๊าซได้ถูกเท่าโรงไฟฟ้าแบบ IPP ค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงมาอีก โดยข้อยุตินี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าในทางปฏิบัติใดเกิดขึ้น

ความล่าช้าที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ที่ผ่านมานักลงทุนไทยและต่างชาติ อาทิ มิชลิน มิตซูบิชิมอเตอร์ส ซูมิ โตโมรับเบอร์ รวมถึงสถานทูตญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ทำการทวงถามความชัดเจนในกรณีนี้มาตลอด โดยต่างกังวลว่าโรงไฟฟ้า SPP จะไม่สามารถปรับปรุงระบบผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบได้ทันตามกำหนด เพราะต้องใช้เวลาเตรียมการ

ซึ่ง...จะกระทบกับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมเขตพื้นที่ EEC ที่ต้องการความเสถียรของกระแสไฟฟ้าสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนไฟฟ้า เผชิญสภาวะ...ไฟฟ้าตกดับในกระบวนการผลิตที่แต่ละครั้งสร้างความสูญเสียเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีออโตเมชัน

หากมีไฟฟ้าดับเพียง 0.06 วินาทีขึ้นไป จะสร้างความเสียหายต่อยาง 1,000 เส้น ซึ่งในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้ว บริษัทจึงต้องหันมาใช้ SPP ในนิคมอุตสาหกรรมแทน

“โรงไฟฟ้า SPP” ไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะมองข้าม ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจะใช้เป็นตัวชี้วัดและกำหนดอนาคตว่าจะร่วมลงทุนในประเทศไทยหรือไม่?

โดยเฉพาะใน “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” หรือ “EEC” ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายเอาไว้ โชติ มองว่า หากการตัดสินใจยืดยาวออกไป ท้ายสุดอาจกลายเป็นปัจจัยที่ผลักให้นักลงทุนตัดสินใจเปลี่ยน หรือโยกย้ายการลงทุนออกจากประเทศไทย จนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

“การตัดสินใจของกระทรวงพลังงานต่อจากนี้จะหาข้อสรุปให้เป็นไปในทิศทางใดนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ และการเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย EEC ตามที่รัฐบาลกำหนดเป็นอย่างมาก”

อัญชลี เสริมว่า กฎหมายอีอีซีเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นการปฏิรูประบบแบบหนึ่งในพื้นที่เฉพาะ สะท้อนการขับเคลื่อน โดยให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นโยบายสัมปทาน ใบอนุญาต อนุมัติในเรื่องต่างๆที่จะย้อนกลับมาว่ามีความมั่นใจในเรื่องของกระบวนการ มีความรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหน

“EEC” เป็นเสมือนการอัปเดตอีสเทิร์นซีบอร์ด 4.0 ถือเป็นบิ๊กโปรเจกต์สำคัญ ภายใต้นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ที่รัฐบาลคาดหวังยกระดับเศรษฐกิจ

พลิกแฟ้มย้อนดูความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติให้ต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ประเภทพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจำหน่ายให้กับนิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก

แต่ทว่า...จนถึงตอนนี้ สองปีกว่าแล้วยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

ความล่าช้าที่เกิดขึ้นนี้มีผลกระทบต่อสัญญาสัมปทานของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จำนวน 25 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเขตพื้นที่ EEC ที่จะทยอยสิ้นสุดอายุสัญญาขายไฟฟ้าในปี 2560-2568

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ หากไม่เร่งดำเนินการจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมทั้ง “รายเก่า” และ “รายใหม่” ที่ต้องใช้ไฟในพื้นที่เกิดความกังวลใจ แน่นอนว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นอย่างมาก

“โรงไฟฟ้า SPP” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม อนาคตการลงทุน...อนาคตไทยแลนด์ 4.0 ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรม 4.0 จึงจำเป็นอย่างยิ่ง...อย่ามีอะไรนอกในเพื่อเป็นใบผ่านทาง.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ