
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อสนับสนุนน้ำมันดีเซล B20 เพื่อใช้เป็นกลไกส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าบริการขนส่งและค่าโดยสารสาธารณะ รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกช่องทางหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันที่มีสต๊อกน้ำมันปาล์มสูงถึง 600,000 ล้านลิตร ขณะที่สต๊อกน้ำมันปาล์มระดับปกติจะอยู่ที่ประมาณ 400,000-500,000 ล้านลิตร
โดยกรมสรรพสามิตได้เสนอกำหนดอัตราภาษีน้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 5.152 บาท/ลิตร และปรับอัตราภาษีน้ำมันดีเซล B7 จาก 5.85 บาท/ลิตร เป็น 5.980 บาท/ลิตร โดยกระทรวงพลังงานจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปสนับสนุนส่วนต่างเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมัน B20 ถูกกว่า B7 ถึง 3 บาทต่อลิตร และจากการสอบถามมีผู้ประกอบการน้ำมันที่ได้รับอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน ตามมาตรา 10 จำนวน 5 ราย เช่น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) เป็นต้น สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่า จะมีการใช้น้ำมัน B20 ประมาณ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน จากปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลทั้งระบบ 1,800 ล้านลิตรต่อเดือน
นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต กล่าวว่า รถยนต์ที่ได้รับประโยชน์จากน้ำมัน B10 ส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นรถที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก โดยในสัปดาห์หน้า ผู้ประกอบการตามมาตรา 10 จะจัดขบวนรถน้ำมัน B20 เพื่อบริการเติมน้ำมันให้รถบรรทุกตามจุดต่างๆทั่วประเทศตามที่ตกลงไว้ เนื่องจากน้ำมัน B20 ไม่มีจำหน่ายในปั๊มน้ำมันตามปกติ ขณะที่รถบรรทุกขนาดเล็ก (ปิกอัพ) และรถยนต์นั่งทั่วไปมีเพียงบางยี่ห้อและบางรุ่นที่สามารถเติมน้ำมัน B20 ได้.