
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า บอร์ด กสทช.มีมติให้อำนาจเลขาธิการ กสทช. มีอำนาจระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิด กฎหมายเป็นการชั่วคราว กรณีมีการเผยแพร่โฆษณาที่ผิดกฎหมายผ่านโทรทัศน์ วิทยุ หรือผ่านเว็บไซต์ หลังจากที่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ กสทช.ร่วมกันตรวจสอบแล้วพบว่ามีการโฆษณาเกินจริง ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ จากเดิมการสั่งระงับการโฆษณาเกินจริงและผิดกฎหมายนั้นต้องใช้เวลา 40-60 วัน แต่จากนี้ไปเลขาธิการ กสทช. มีอำนาจเต็มที่จะสั่งระงับโฆษณานั้นเป็นการชั่วคราว หากยังฝ่าฝืนมีการโฆษณาอยู่ ก็จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 100,000 บาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ด กสทช.มีมติพักใช้ใบอนุญาตทีวีดาวเทียมช่อง PEACE TV เป็นเวลา 30 วัน หากยังฝ่าฝืนก็จะใช้คำสั่งทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไปคือ การยึดใบอนุญาต ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนตั้งแต่เตือน พักใช้ และยึดใบอนุญาต และจากการพิจารณาแล้วพบว่าการกระทำของพีซทีวีนั้น ถือเป็นกระทำที่ผิดซ้ำซากด้วย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการออกอากาศรายการเดินหน้าต่อไป เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 5 เม.ย.2561 เวลา 14.30-15.30 น. รายการ หยิบข่าวมาคุย เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 10.30-12.00 น. รายการ เหลียวหลังแลไปข้างหน้า เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 17.00-18.00 น. และรายการ เข้าใจตรงกันนะ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 18.20-19.20 น. โดยทั้งหมดมีเนื้อหารายการที่ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร.