
สคบ. ยัน ออกประกาศควบคุมสัญญาห้องเช่า อพาร์ตเมนต์ ชอบด้วยกฎหมาย ผ่านประชาพิจารณ์แล้ว 2 รอบ ช่วยผู้เช่าได้รับความเป็นธรรม แต่ย้ำผู้ให้เช่าถูกเรียกเก็บค่าน้ำ ค่าไฟเท่าไร ให้เรียกเก็บจากผู้เช่าเท่านั้น ห้ามเก็บเกินจริง ไม่ได้บังคับให้แยกมิเตอร์ ส่วนค่าเช่าเก็บได้ 3 เดือนเหมือนเดิม
พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยระหว่างการตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่า อพาร์ตเมนต์ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการที่ สคบ.ประกาศให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับวันที่ 1 พ.ค.61 เป็นต้นมาว่า ตนต้องการรู้ว่า มีประเด็นใดอีกที่มี ผู้ไม่เห็นด้วยกับการออกประกาศครั้งนี้ ขอให้แจ้งมาที่ สคบ. ที่ผ่านมา ก่อนออกประกาศนี้ สคบ.ได้ทำประชาพิจารณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องถึง 2 ครั้ง ไม่ใช่อยู่ดีๆออกประกาศเอง สคบ.มีอำนาจออกประกาศตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคได้
“กรณีที่ประกาศฉบับนี้ระบุว่า ห้ามคิดค่าน้ำค่าไฟเกินอัตราที่ผู้ให้บริการ เรียกเก็บจากผู้ประกอบการ ต้องบอกว่า สคบ.ไม่ได้กำหนดค่าน้ำ ค่าไฟเอง สิ่งที่ สคบ.บอกคือ เจ้าของห้องเช่า อพาร์ตเมนต์จะเก็บค่าน้ำ ค่าไฟเกินกว่าที่ การประปาฯ และการไฟฟ้าฯเรียกเก็บจากคุณไม่ได้ ฉะนั้นการทำง่ายๆคือคุณจ่ายไปเท่าไหร่ก็ไปเก็บจากคนเช่าเท่านั้น อย่าเก็บเกิน และเจ้าของหอพักจะกำหนดราคาเองไม่ได้ เพราะเท่ากับขายน้ำ ขายไฟฟ้าเอง มันผิดกฎหมาย”
ส่วนกรณีเจ้าของห้องเช่า อพาร์ตเมนต์ ต้องการติดมิเตอร์ไฟฟ้าและมิเตอร์น้ำ แยกตามห้อง แต่การไฟฟ้าฯและการประปาฯไม่ติดตั้งให้ เลขาธิการ สคบ. ยืนยันว่า เดิมการไฟฟ้าฯไม่ติดตั้งให้ แต่ขณะนี้ติดตั้งให้แล้ว ซึ่งการแยกมิเตอร์ จะเป็นผลดีต่อเจ้าของห้องเช่าที่จะไม่ถูกคิดค่าบริการในอัตราก้าวหน้า ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เจ้าของห้องเช่าให้ข้อมูลว่าเพิ่งไปติดต่อการไฟฟ้าแต่กลับถูกแจ้งว่าไม่สามารถติดมิเตอร์แยกห้องให้ได้ เพราะห้องเช่าแห่งนั้นติดไฟฟ้าแบบขยายเขตตามที่การไฟฟ้าฯกำหนด จึงทำตามประกาศฉบับนี้ของ สคบ.ไม่ได้ ทั้งนี้ เลขา สคบ. กล่าวว่า ขอรับประเด็นนี้ไปพิจารณา แต่ความจริง ในประกาศของ สคบ.ไม่ได้บังคับให้แยกมิเตอร์ แต่ห้ามไม่ให้คิดค่าบริการเกินจริงเท่านั้น
พล.ต.ต.ประสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับการคิดค่าเช่าล่วงหน้าที่ห้ามเก็บเกินกว่า 1 เดือนนั้น ผู้ให้เช่าสามารถเรียกเก็บค่าประกันความเสียหาย 1 เดือน รวมกับค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน และค่าเช่าของเดือนที่อยู่อีก 1 เดือน รวม 3 เดือนเช่นเดิม “เท่าที่ สคบ.ตรวจสอบห้องเช่าตั้งแต่ประกาศมีผลบังคับใช้ ห้องเช่าส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติตาม เช่น การเก็บค่าไฟฟ้า ได้รับการสอบถามว่า ปกติบิลค่าไฟจากการไฟฟ้าฯมักจะมากลางเดือน แต่การเรียกเก็บเงินจากผู้เช่าจะเป็นช่วงต้นเดือน จึงขอนำค่าไฟ 3 เดือนย้อนหลังมาเฉลี่ยเป็นอัตราค่าไฟกลางได้หรือไม่ ซึ่ง สคบ.ก็เห็นว่ารับฟังได้”
นอกจากนี้ กรณีนายไพรัช เกิดศิริ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต โพสต์เฟซบุ๊ก Pairat Kerdsiri ระบุเป็น ความคิดเห็นของนักศึกษาท่านหนึ่งถึง 4 เหตุผล ที่ทำให้ประกาศคุมสัญญาหอพัก (และห้องเช่า) ของ สคบ. “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” อาทิ ประกาศดังกล่าวขัดแย้งพระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา ที่ให้คณะกรรมการว่าด้วยสัญญารับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยคำนึงถึงขอบเขตและสภาพปัญหาแต่ สคบ.ไม่เคยรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการใดๆ ต้องย้ำอีกทีว่าคงเข้าใจผิด เพราะการออกประกาศของ สคบ.ชอบด้วยกฎหมายทุกอย่าง เป็นการดูแลผู้เช่าให้ได้รับความเป็นธรรม และทำประชาพิจารณ์แล้ว.