กูรูมอง การท่องเที่ยวดี-ค่าแรงปรับ หนุนเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 4.0%

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

กูรูมอง การท่องเที่ยวดี-ค่าแรงปรับ หนุนเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 4.0%

Date Time: 31 ม.ค. 2561 21:14 น.

Video

ลงทุน S&P 500 ยันเกษียณได้จริงไหม? ทำไมใครๆก็พูดถึง I Money Issue EP.67

Summary

นักวิเคราะห์ บลจ.กรุงไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 4.0% รับอานิสงส์การท่องเที่ยวขยายตัว การขึ้นค่าแรง รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก คาด กนง.ยังคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปีไว้ที่ 1.5%

Latest


นักวิเคราะห์ บลจ.กรุงไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 4.0% รับอานิสงส์การท่องเที่ยวขยายตัว การขึ้นค่าแรง รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก คาด กนง.ยังคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปีไว้ที่ 1.5%

ดร.สมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จากเดิมที่ 3.7%

โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับประมาณการขึ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนา (DM) แล้ว จากกฎหมายการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ การฟื้นตัวของอุปสงค์ในยูโรโซน และการกระตุ้นด้านการคลังของญี่ปุ่น ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ยังคงมีการเติบโตในระดับสูงเช่นเดิม

ทั้งนี้ การที่หลายๆ ประเทศเติบโตขึ้นพร้อมๆ กันเช่นนี้ (Synchronized Growth) ทำให้เกิดประโยชน์จากการเอื้อหนุนซึ่งกันและกัน และยิ่งทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความแข็งแกร่ง ส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ และน่าจะทำให้เงินเฟ้อค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ ของโลกมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น แต่คาดว่าการปรับขึ้นของดอกเบี้ยนั้นจะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ดร.สมชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของเศรษฐกิจไทย ยังคงมีโมเมนตัมของการเติบโตที่ดี เป็นผลจากจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยน่าจะได้รับผลดีจากวงเงินงบประมาณกลางปีที่เพิ่มขึ้น 1.5 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน จากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ 4.0% ในปีนี้ เป็นการขยายตัวในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนน่าจะกลับมาดีขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐน่ากลับมาเป็นตัวยืนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้ออาจจะยังปรับขึ้นไม่มากนัก และปัจจัยกดดันที่สำคัญน่าจะมาจากค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะแข็งค่าขึ้นอีกประมาณ 5% ในปีนี้ สู่ระดับ 30.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปี ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำนี้ จะกดดันทำให้อัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 1.5% ตลอดทั้งปี 2561 นี้ แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็ตาม

ทั้งนี้ เรามองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังคงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนในปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญที่สนับสนุน ได้แก่ สภาพคล่องในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับที่สูงและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนอื่น ภาพรวมเศรษฐกิจต่างประเทศและเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยภายนอกประเทศ ได้แก่ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ความผันผวนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันดิบ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ เป็นต้น

ทั้งนี้ โดยภาพรวมของการลงทุนในตลาดหุ้น น่าจะมีความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ตลาดหุ้นสำคัญๆ มีการปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะสั้นก็อาจมีการปรับฐานหรือเกิดแรงขายทำกำไร 

"กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยปรับพอร์ตการลงทุนให้มีการลงทุนที่กระจายตัวทั้งจำนวนหุ้นและกระจายรายกลุ่มอุตสาหกรรม"


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ