
นักวิเคราะห์ บลจ.กรุงไทย ประเมิน เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 4.0% รับอานิสงส์การท่องเที่ยวขยายตัว การขึ้นค่าแรง รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก คาด กนง.ยังคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดปีไว้ที่ 1.5%
ดร.สมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับประมาณการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จากเดิมที่ 3.7%
โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับประมาณการขึ้นของกลุ่มประเทศที่พัฒนา (DM) แล้ว จากกฎหมายการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ การฟื้นตัวของอุปสงค์ในยูโรโซน และการกระตุ้นด้านการคลังของญี่ปุ่น ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ยังคงมีการเติบโตในระดับสูงเช่นเดิม
ทั้งนี้ การที่หลายๆ ประเทศเติบโตขึ้นพร้อมๆ กันเช่นนี้ (Synchronized Growth) ทำให้เกิดประโยชน์จากการเอื้อหนุนซึ่งกันและกัน และยิ่งทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความแข็งแกร่ง ส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ และน่าจะทำให้เงินเฟ้อค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ ของโลกมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น แต่คาดว่าการปรับขึ้นของดอกเบี้ยนั้นจะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ดร.สมชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของเศรษฐกิจไทย ยังคงมีโมเมนตัมของการเติบโตที่ดี เป็นผลจากจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยน่าจะได้รับผลดีจากวงเงินงบประมาณกลางปีที่เพิ่มขึ้น 1.5 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน จากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ 4.0% ในปีนี้ เป็นการขยายตัวในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนน่าจะกลับมาดีขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐน่ากลับมาเป็นตัวยืนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้ออาจจะยังปรับขึ้นไม่มากนัก และปัจจัยกดดันที่สำคัญน่าจะมาจากค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะแข็งค่าขึ้นอีกประมาณ 5% ในปีนี้ สู่ระดับ 30.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปี ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำนี้ จะกดดันทำให้อัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 1.5% ตลอดทั้งปี 2561 นี้ แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ เรามองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังคงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนในปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญที่สนับสนุน ได้แก่ สภาพคล่องในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับที่สูงและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ
ขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนอื่น ภาพรวมเศรษฐกิจต่างประเทศและเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยภายนอกประเทศ ได้แก่ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ความผันผวนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันดิบ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ เป็นต้น
ทั้งนี้ โดยภาพรวมของการลงทุนในตลาดหุ้น น่าจะมีความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ตลาดหุ้นสำคัญๆ มีการปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะสั้นก็อาจมีการปรับฐานหรือเกิดแรงขายทำกำไร
"กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยปรับพอร์ตการลงทุนให้มีการลงทุนที่กระจายตัวทั้งจำนวนหุ้นและกระจายรายกลุ่มอุตสาหกรรม"