
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศก.ได้วิเคราะห์ผลลัพธ์ของโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อวัสดุ อุปกรณ์ วัตถุดิบ พันธุ์พืช สัตว์ และค่าจ้างแรงงานของโครงการ พบว่า โครงการมีการใช้จ่ายราว 19,365 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด 22,895 ล้านบาท ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนคิดเป็นมูลค่าราว 54,040 ล้านบาท
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย 19,365 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1. วงเงิน 9,659 ล้านบาท การจัดซื้อวัสดุสำคัญสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการทำการผลิต อาทิ มูลสัตว์ เศษพืช เศษผัก หญ้าแฝก ไม้ และผลไม้ โดยหาซื้อจากภายในชุมชน ทำให้เกิดรายได้ในท้องถิ่น ซึ่งถูกนำมาจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งรายได้จากการซื้อขายแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรภายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน 21,451 ล้านบาท และ 2. ค่าจ้างแรงงาน 9,706 ล้านบาท เมื่อคนในชุมชนมีรายได้ ก็สามารถนำรายได้มาใช้จ่าย ซื้อสินค้าในชุมชน อาทิ ข้าวสาร เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม ผลไม้ เป็นต้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน 32,589 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการฟาร์มชุมชน ซึ่งจัดทำเป็นแปลงและโรงเรือนเพาะปลูกให้เกิดการผสมผสานกัน ทั้งปลูกผัก อาทิ ผักบุ้ง พริก มะเขือ กล้วย ส่วนการเลี้ยงสัตว์ อาทิ ปลาดุก ปลานิล ไก่ เป็ด เป็นต้น อีกทั้งยังมีการนำสินค้าเกษตรมาแปรรูปและจำหน่ายด้วย
“โครงการ 9101 เป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรตรงตามวัตถุประสงค์ อีกทั้ง ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนสูงถึง 2.8 เท่าของงบประมาณโครงการ หากในอนาคตรัฐบาลจะมีนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควรเน้นให้ความช่วยเหลือในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรสามารถพัฒนาต่อยอดได้เอง ช่วยลดค่าครองชีพให้กับเกษตรกรและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเพียงพอจนสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้”.