"สมคิด" จ่อคุย "พาณิชย์" รับ รมต.ใหม่

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"สมคิด" จ่อคุย "พาณิชย์" รับ รมต.ใหม่

Date Time: 12 ธ.ค. 2560 08:20 น.

Summary

“สมคิด” จ่อเยือน “พาณิชย์” เพิ่มแรงกระตุ้นหลังเปลี่ยน รัฐมนตรีใหม่ ติดตามงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหา ปากท้อง ราคาสินค้าเกษตรตก และผลักดันการส่งออก “สนธิรัตน์” เผยสั่งทำแผนลุยจับมือประเทศเป้าหมายขยายการค้า การลงทุน

Latest

ชู “ไทย”ฐานผลิตปลอดภัยของโลก บีไอไอจี้รัฐบาลใหม่ฉวยจังหวะ“รบอิหร่าน”ชิงนักลงทุน


“สนธิรัตน์” ฟิตสั่งปรับทัพส่งออก-เศรษฐกิจฐานราก

“สมคิด” จ่อเยือน “พาณิชย์” เพิ่มแรงกระตุ้นหลังเปลี่ยน รัฐมนตรีใหม่ ติดตามงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหา ปากท้อง ราคาสินค้าเกษตรตก และผลักดันการส่งออก “สนธิรัตน์” เผยสั่งทำแผนลุยจับมือประเทศเป้าหมายขยายการค้า การลงทุนให้ต่อเนื่อง พร้อมสั่งโละโครงการไม่ตอบโจทย์

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีแผนที่จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยเป็นการติดตามงานหลังจากที่ได้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงาน โดยจะมาติดตามความคืบหน้าการทำงาน โดยเฉพาะแผนงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเป็นเป้าหมายการดำเนินการในปี 61 แผนการดูแลค่าครองชีพ การดูแลราคาสินค้าเกษตร การผลักดันการส่งออก เพื่อรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่อง

“คาดว่ารองนายกฯสมคิดจะมาติดตามผลการทำงานหลังจากที่ได้เดินทางมามอบนโยบายครั้งล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค.60 ซึ่งเรื่องสำคัญคงเป็นเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่ขณะนี้กระทรวงดำเนินการอยู่ ทั้งการสร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย การดูแลปัญหาปากท้อง การดูแลราคาสินค้าเกษตร การพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่ม การผลักดันจัดตั้งตลาดในรูปแบบต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก”

ขณะที่ด้านการส่งออกจะติดตามความคืบหน้าการใช้นโยบายการเจรจาสองฝ่าย และยุทธศาสตร์ หุ้นส่วนเศรษฐกิจ (Strategic Partnership) เพื่อเปิดตลาดการค้า การลงทุนกับประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศไปจัดทำเป้าหมายและแผนการดำเนินงานให้ชัดเจน โดยต้องรู้ว่าประเทศที่อยู่ในเป้าหมาย ไทยต้องการขายอะไร ลงทุนอะไร หรือจะร่วมมือทำการค้าการลงทุนอย่างไร และมีแผนเดินไปสู่เป้าหมายอย่างไร ซึ่งประเทศที่ต้องมีแผนงาน เช่น จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย, กัมพูชา ลาว, เมียนมา, เวียดนาม, รัสเซีย, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา เป็นต้น

“ผมได้มอบนโยบายให้ทุกกรมแล้วว่า โครงการอะไรที่ไม่ตอบโจทย์ ไม่เกิดประโยชน์ และไม่ช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าไทยก็ขอให้ยกเลิกไป ไม่ใช่แค่คิดโครงการมาเพื่อของบประมาณ เราต้องปรับการทำงานทุกอย่าง เป็นเชิงรุก จะทำรูปแบบเดิมๆไม่ได้ และกำลังหาเวลาไปมอบนโยบายการทำงานให้กับข้าราชการกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศด้วย นอกจากนั้น การมาติดตามงานครั้งนี้น่าจะหารือถึงการกำหนดเป้าหมายการส่งออกปี 61 ด้วยหลังจากที่ปีนี้ได้ประเมินว่าน่าจะขยายตัวได้สูงถึง 9-10% จากเป้าหมายที่ประเมินไว้ที่ 7% ซึ่งต้องฟังนโยบายจากนายสมคิด และนำมาผนึกกับแผนของกระทรวง เชื่อมั่นว่าตัวเลขจะอยู่ในทิศทางบวก แต่ไม่รู้จะบวกสูงเท่าปีนี้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางการขับเคลื่อนการส่งออกในปี 61 นอกจากการปรับรูปแบบการจัดทำโครงการเพื่อสนับสนุนการส่งออกแล้ว คาดว่านายสนธิรัตน์จะปรับรูปแบบการทำงานของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ใหม่ด้วย โดยจะทำงานแบบ เดิมๆไม่ได้ เพราะมันจะช้าและไม่ทันการณ์ ต้องทำตัวเหมือนเอกชน ต้องเป็นยิ่งกว่านักการตลาด ต้องคิดเสมอว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ทำอย่างไรให้ธุรกิจมีรายได้ มีกำไร หมายความว่า ต้องเป็นตัวจักรสำคัญขับเคลื่อนการส่งออกให้กับประเทศ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ