8หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ จุดเช็กอินคนรักสุขภาพ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

8หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ จุดเช็กอินคนรักสุขภาพ

Date Time: 11 ธ.ค. 2560 05:10 น.

Summary

ยุทธศาสตร์วันนี้...หาก “หมู่บ้าน” ต่างๆสามารถพัฒนารองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม...ติดตามวิถีชีวิตชาวบ้าน หรือเข้ามาทำกิจกรรมภายในหมู่บ้าน

Latest

ปักหมุด "คนตังค์น้อย" เที่ยวไทยปี 2569 5 เมืองน่าเที่ยวประหยัดงบได้จริง

ยุทธศาสตร์วันนี้...หาก “หมู่บ้าน” ต่างๆสามารถพัฒนารองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม...ติดตามวิถีชีวิตชาวบ้าน หรือเข้ามาทำกิจกรรมภายในหมู่บ้าน เช่น การลงมือเพาะปลูกพืชผักอินทรีย์ ก็จะยิ่งสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2561 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยจะทุ่มเทงบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต...

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีแผนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากตามนโยบาย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

โดยที่ผ่านมา ได้มีการผลักดันเปิดตลาดในรูปแบบต่างๆ “ตลาดต้องชม”...ตลาดเฉพาะสินค้า เพื่อให้เป็นที่ค้าขายสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการชุมชน ทั้งยังส่งเสริมให้ตลาดเหล่านี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดึงดูดให้คนไปเที่ยว ไปเลือกซื้อสินค้า ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นมีการหมุนเวียน...มีการขยายตัว

“ตลาดเหล่านี้กระทรวงฯได้ดำเนินการมาต่อเนื่องสองปีแล้ว มีตลาดต้องชมเกิดขึ้นเกือบทั้งประเทศ ปีนี้...ตั้งเป้าให้มี 154 แห่ง ซึ่งก็ใกล้จะเปิดได้ครบตามเป้าหมายแล้ว”

ส่วนแผนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากเป้าหมายต่อไปกระทรวงพาณิชย์กำลังจะผลักดันให้ “หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์”ทั้ง 8 แห่ง ที่ได้เข้าไปส่งเสริมให้เป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติที่ต้องเดินทางไปเยี่ยมชม ดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำเกษตรอินทรีย์

สนธิรัตน์ ย้ำว่า ตอนนี้กระทรวงฯส่งเสริมให้มีหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์เกิดขึ้นมาได้แล้ว 8 แห่ง และจะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ให้คนเข้าไปเที่ยว ไปชม ไปเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ ไปดู วิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งจะทำให้ชาวบ้าน...ในหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์มีรายได้ เพิ่มขึ้น

“ทั้งรายได้จากการจำหน่ายสินค้า รายได้จากคนที่เดินทางเข้ามา ท่องเที่ยว และส่งผลให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากขยายตัวเพิ่มขึ้น”

จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวต้องเข้าไปเช็กอิน เข้าไปถ่ายภาพ จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกพืชผักอินทรีย์ การเพาะปลูกที่ไม่ใช้สารเคมี ปลูกแบบปลอดสารพิษ ที่ทำกันทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่ทำกัน ไม่กี่ราย เข้าไปดูแล้วจะรู้ว่าเกษตรอินทรีย์ที่รักษ์โลก รักสุขภาพ เป็นยังไงมีที่มาที่ไปยังไง...เป็นการเรียนรู้ไปในตัว

“พอไปเที่ยวชมแล้ว ยังสามารถเลือกซื้อ เลือกบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เป็นจุดเด่นของแต่ละหมู่บ้านได้ด้วย และสามารถซื้อกลับมาเป็นของฝากให้กับคนที่เรารัก เพราะสินค้าเหล่านี้ปลอดสารพิษ ดีต่อการบริโภค ดีต่อสุขภาพ คนรับก็รู้สึกดี”

สินค้าเกษตรอินทรีย์ใน 8 หมู่บ้านที่กระทรวงฯเข้าไปส่งเสริม รับรองได้ว่าเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษจริงๆ เพราะสินค้าผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งระดับประเทศและระดับโลก

โดยได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM) มาตรฐานของสหภาพยุโรป (อียู) แคนาดา มาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) และมาตรฐานออแกนิกไทยแลนด์ เป็นต้น

“หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์” แต่ละแห่งนั้น หมู่บ้านแรกที่กระทรวงฯ ได้เข้าไปส่งเสริม ก็คือ หมู่บ้านริมสีม่วง ตั้งอยู่ที่ ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด เพชรบูรณ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดยแต่เดิมก็เพาะปลูกเกษตรอินทรีย์เพื่อต้องการดูแลสุขภาพลูกหลาน...ผู้ซื้อ ต่อมาได้รวมตัวกันทั้งหมู่บ้าน ขยายพื้นที่เพาะปลูกจนตั้งเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ได้

โดยมีสินค้าเด่นๆที่คนไปเที่ยวในหมู่บ้านนี้แล้วต้องซื้อ เช่น มันหวานญี่ปุ่น มะนาว มะม่วง แมคคาเดเมีย สตรอเบอรี่ กล้วย พืชผักเมืองหนาว และกาแฟ

ถัดมา...หมู่บ้านที่ 2 หมู่บ้านห้วยพลู ตั้งอยู่ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้รับการส่งเสริมเดือนสิงหาคม 2559 โดยหมู่บ้านนี้ เกษตรกรได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม และปรับเปลี่ยนมาทำสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้บริโภค มีสินค้าที่เป็นสินค้าเด่น เช่น ข้าวหอมปทุม ข้าวไรซ์เบอรี่ ผักสวนครัว

หมู่บ้านที่ 3 หมู่บ้านโสกขุมปูน ตั้งอยู่ที่ ต.นาโส่ อ.กุดชุม จ.ยโสธร ได้รับการส่งเสริมเดือนสิงหาคม 2559 เริ่มต้นคล้ายๆกับหมู่บ้านอื่น โดยเริ่มจากเกษตรกรรวมตัวกันเพื่อเพาะปลูกพืชผักอินทรีย์ มีสินค้าเด่น คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวมะลิแดง ผักสวนครัว

หมู่บ้านที่ 4 หมู่บ้านทัพไทย ตั้งอยู่ที่ ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้รับการส่งเสริมเดือนกันยายน 2559 เริ่มต้นคล้ายๆกันเพาะปลูกพืชอินทรีย์จากความต้องการที่จะดูแลสุขภาพของลูกหลานและผู้ซื้อ

แล้วจึงได้รวมตัวกันมาทำสินค้าอินทรีย์เพื่อจำหน่าย นอกจากสินค้าประเภทพืชผักผลไม้แล้ว ยังมีสินค้าเด่น คือ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมนิล

หมู่บ้านที่ 5 หมู่บ้านหนองสะโน ตั้งอยู่ที่ ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้รับการส่งเสริมเดือนมิถุนายน 2560 เดิมทีเกษตรกรในพื้นที่มีการทำเกษตรอินทรีย์อยู่แล้วตั้งแต่ปี 2553 ต่อมามีการกระตุ้นและส่งเสริมจากหน่วยงานราชการ จึงมีการรวมกลุ่มกันทำเกษตรอินทรีย์ โดยสินค้าเด่นนอกจากข้าวอินทรีย์ประเภทต่างๆ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกด้วยเช่นกัน

หมู่บ้านที่ 6 หมู่บ้านหนองหอย ตั้งอยู่ที่ ต.กุดชุมแสง อ.หนอง-บัวแดง จ.ชัยภูมิ ได้รับการส่งเสริมเดือนมิถุนายน 2560 โดยหมู่บ้านนี้ เริ่มต้นมาจากการทำสีธรรมชาติมากว่า 20 ปี และต่อมาปี 2551 ได้เริ่มก่อตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ โดยหันมาใช้สมุนไพรย้อมผ้า ปลูกหม่อน ปลูกฝ้าย เลี้ยงไหม เพื่อนำมาทำผ้าอินทรีย์
จนกระทั่งได้มีการขยายการเพาะปลูกพืชอินทรีย์อื่นๆเพิ่มมากขึ้น ทั้งข้าวอินทรีย์ผลไม้ ผักสวนครัว สมุนไพร กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง ตะไคร้ ฟักทอง

หมู่บ้านที่ 7 หมู่บ้านท่าเดื่อน้อย ตั้งอยู่ที่ ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้รับการส่งเสริมเดือนกันยายน 2560 มีสินค้าเด่น เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวโพด งาดำ ถั่วขาว ผักสวนครัว ผลไม้ พืชสมุนไพร และหมู่บ้านที่ 8 หมู่บ้านบางพะเนียง ตั้งอยู่ที่ ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับการส่งเสริมเดือนกันยายน 2560 มีสินค้าเด่น คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ผลไม้ ผักสวนครัว พืชสมุนไพร

ถึงตรงนี้ให้รู้กันเอาไว้ว่า...การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการผลักดันให้ “หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของคนไทยและต่างชาติ จะเป็นการสร้างความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้กับชุมชนได้อย่างถาวร เพราะเมื่อหมู่บ้านพัฒนาจนติดอันดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแล้ว ก็จะทำให้เกษตรกร ประชาชนในหมู่บ้าน คนในชุมชน มีรายได้สูงขึ้น ได้เป็นเงาตามตัว

ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ตนเองผลิตได้ แต่ยังจะมีรายได้อื่นๆตามมา ทั้งจากคนที่เข้าไปท่องเที่ยว การจำหน่ายอาหาร ของที่ระลึก การนำเที่ยว

เศรษฐกิจระดับฐานรากเข้มแข็ง...ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขคนรวยคนจน มีกินมีใช้อย่างพอเพียง มั่นคงได้ด้วยลำแข้งของตนเอง...นับเป็นวิถีการพัฒนาที่ยั่งยืน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ