
“ความมุ่งมั่น ทุ่มเท” คงเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายเจ้าของธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จ ซึ่งหากเติมความจริงใจ รวมถึงการใส่ใจเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์ ก็ส่งผลให้ธุรกิจนั้น แบรนด์นั้น เติบโตได้แบบยั่งยืน
Business On My Way สัปดาห์นี้ขอนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มีความฝันและตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ชัดเจน ซึ่งเธอก็เดินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จนพบความสำเร็จสร้างแบรนด์ “ไฉไล” (Chai Lai) ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ดูแลผิวหน้าสายเลือดไทยแท้
“น้ำอ้อย” (จริยา จริยา) สาวเก่งวัย 34 ปี ที่ทุ่มเททุกวันให้กับการพัฒนาแบรนด์ไฉไล ให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงเก็บข้อมูลที่ได้จากลูกค้า คู่ค้า มาพัฒนาต่อยอดออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาตอบโจทย์ลูกค้าอยู่ตลอดเวลา
คุณน้ำอ้อย เล่าว่า เดิมทีเธอก็มีชีวิตเฉกเช่นคนทั่วไปคือหลังเรียนจบก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานเป็น Account Executive (AE) ผู้บริหารงานลูกค้าของช่องทีวีบริษัทบันเทิงย่านอโศก ซึ่งก็มีโอกาสได้พบผู้คนจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สนใจอยากลงโฆษณา
โดยทำงานมาระยะหนึ่งก็มีความคิดที่อยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำที่ทำ เนื่องด้วยหน้าที่ AE หากดีลงานกับลูกค้าเสร็จก็จะมีเวลาค่อนข้างว่าง จึงคิดเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม เนื่องด้วยส่วนตัวก็เป็นคนที่ชอบด้านนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับลูกค้าที่ไปดีลงานโฆษณาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเจ้าแบรนด์ครีมความงามด้วย จึงคุยกับเจ้าของแบรนด์ไม่ยาก
“เงินก้อนแรกที่นำมาลงทุนคือยืมจากคุณแม่ 15,000 บาท ซึ่งจำได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็ไม่เคยยืมท่านอีก มีแต่ให้เงินท่านแทน ตอนนั้นที่ยืมก็คิดอยู่นานว่าจะยืมดีหรือไม่ เพราะเกรงใจท่านเนื่องด้วยพื้นฐานที่บ้านก็ไม่ได้ร่ำรวย คุณพ่อ-แม่ ก็ทำไร่ทำสวน แต่วันนี้เราสามารถดูแลท่านได้ ก็เป็นสิ่งที่ภูมิใจอย่างมาก”
คุณน้ำอ้อย เล่าต่อว่า หลังจากเป็นตัวแทนขายครีมได้ประมาณ 2 ปี ก็เริ่มมีฐานลูกค้ามากขึ้นโดย เน้นทำตลาดขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก จนกระทั่งมาถึงวันที่งานประจำที่ทำมีผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสื่อทีวีแบบเคเบิ้ล สู่ยุคดิจิทัล ทำให้บริษัทมีการปรับเปลี่ยนภายในองค์กร จึงทำให้เป็นแรงผลักดันให้คิดอยากที่จะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอาชีพหลัก
“โจทย์ที่ตั้งไว้ตอนที่จะสร้างแบรนด์คือต้องไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตามกระแส ณ เวลานั้น ซึ่งตอนที่เริ่มสร้างแบรนด์ ตัวน้ำอ้อยเองยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่า การสร้างแบรนด์คืออะไร ทำกันอย่างไร แต่มีความคิดไว้ว่าเราจะตั้งใจทำแบรนด์นี้ให้เป็นแบรนด์ที่อยู่แบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่สร้างมาเพื่อเปิดตัวเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ดังติตตลาดแค่ไม่นานก็หายเงียบไป แล้วออกแบรนด์ใหม่มาแทน แบรนด์ไฉไลจะไม่เป็นแบบนั้นเด็ดขาด” คุณน้ำอ้อยกล่าว
สำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์ไฉไลตัวแรกที่ทำตลาดคือ สบู่ส้มผสมน้ำผึ้ง และก็แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมาต่อเนื่อง ทั้งชุดครีมเซต “ไฉไลเพอร์เฟค เฟรชเซต” (ครีมไฉไลหน้าสด) ที่ในชุด ประกอบด้วย 5 ผลิตภัณฑ์ คือไฉไล บลิ๊งค์ไวท์ครีม, ไฉไล ซันสกรีน โพรเทค SPF 50 PA++, ไฉไล เซนซิทีฟ ไวท์เทนนิ่งครีม, ไฉไล เพอร์เฟค ไวท์ไนท์ครีม และสบู่ส้ม
ล่าสุด ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ไฉไลมัลติแพลนเซรั่ม” เซรั่มเข้มข้นจากสารสกัดธรรมชาติ 9 ชนิด อาทิ ว่านหางจระเข้, คาโมมาย, ต้นคอมเฟร์ และชาเขียว เป็นต้น โดยจะเป็นเซรั่มดีท็อกซ์ แก้แพ้ผิวจากสารพิษ สารเคมีตกค้างในผิว สิวอุดตัน สิวอักเสบ และสิวสเตียรอยด์ ซึ่งการออกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็มาจากคำเรียกร้องจากผู้บริโภค โดยเราก็นำไปปรึกษาพัฒนาการทีมวิจัยของทางโรงงานที่ไปจ้างผลิต
คุณน้ำอ้อย เล่าว่า ในด้านการทำการตลาดก็จะเป็นการจำหน่ายผ่านระบบตัวแทน เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยจะมีการชวนตัวแทนมาเรียนหลักสูตร อบรม อาทิ สอนยิงโฆษณาออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ สอนเขียนเนื้อหาให้ดึงดูด ซึ่งขณะนี้ก็มีตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 200ราย
เมื่อถามถึงภาวะการแข่งขัน คุณน้ำอ้อย เล่าว่า ธุรกิจนี้ถือว่าแข่งกันดุเดือด มีทั้งกลุ่มคนมีชื่อเสียง รวมถึงคนทหหั่วไปที่อยากมีแบรนด์เป็นของตนเอง ก็ออกมาทำกันเยอะ แข่งกันลดราคาขายแย่งชิงผู้บริโภค ซึ่งก็เชื่อว่าผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกเองว่าผลิตภัณฑ์ไหนมีคุณภาพ เพราะจากการซื้อไปใช้ก็จะได้คำตอบเอง
ทั้งนี้ ก็สามารถไปดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ “ไฉไล” เพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ไฉไล-ครีมหน้าสด chai lai เพราะยังมีส่วนของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มาส์คหน้า อีกด้วย
ท้ายสุดคุณน้ำอ้อยได้แชร์แนวคิดการดำเนินธุรกิจเพื่อใครที่มีฝันอยากทำธุรกิจ ตนเอง โดยตนเองยึดปฏิบัติมาตลอดคือ “กลยุทธ์ 3 น้ำ ประกอบด้วย 1.น้ำคำ คือต้องมีคำพูดที่ดีๆกับคนรอบข้าง 2.น้ำใจ ต้องมีน้ำใจให้คนรอบข้าง ในวันที่เขาลำบาก แล้วเรามีพอที่จะแบ่งปัน และ 3.น้ำเงิน คือใครที่มาทำงานกับเราเราก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล โดยขอให้มองผู้ร่วมงานกับเราเป็นเหมือนครอบครัวเรา ซึ่งเป็นคำสอนที่คุณแม่สอนและใช้ในการทำงานมาตลอด” คุณน้ำอ้อยกล่าว.