จับตาดูผลกระทบวงกว้าง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จับตาดูผลกระทบวงกว้าง

Date Time: 13 ก.ค. 2560 05:30 น.

Summary

แบงก์ชาติสั่งกรุงไทยสำรองหนี้เอิร์ธ 1.2 หมื่นล้านบาท “ผยง” ยันตั๋วบีอีครบอายุลอตใหม่ แบงก์ไม่ให้เบิกสินเชื่อ พร้อมจับตาใกล้ชิดตั๋วบีอีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พบใช้เงินผิดประเภท...

Latest

ศก.ไทยเดือน ม.ค. ขยายตัวดี

แบงก์ชาติสั่ง “กรุงไทย” สำรองหนี้ ตั๋วบีอี “เอิร์ธ” ดีฟอลท์ 12 พัน ล.

แบงก์ชาติสั่งกรุงไทยสำรองหนี้เอิร์ธ 1.2 หมื่นล้านบาท “ผยง” ยันตั๋วบีอีครบอายุลอตใหม่ แบงก์ไม่ให้เบิกสินเชื่อ พร้อมจับตาใกล้ชิดตั๋วบีอีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พบใช้เงินผิดประเภท หากเป็นบริษัทเอกชนที่แข็งแกร่ง มีวินัยการเงิน แบงก์เจ้าหนี้พร้อมเข้าไปอุ้มปล่อยเงินกู้ไปไถ่ถอนตั๋วบีอี

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้จัดชั้นสินเชื่อด้อยคุณภาพของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) จำนวนเงิน 12,000 ล้านบาท หรือสำรองหนี้เต็มจำนวน จากวงเงินสินเชื่อ 12,000 ล้านบาท และเป็นการสำรองหนี้ในครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ให้ตั้งสำรองหนี้จัดชั้นตามระยะเวลาหลังลูกค้าผิดนัดชำระ และจัดชั้นหนี้ตามคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งการสำรองหนี้พิเศษในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการไตรมาส 2 ของธนาคารกรุงไทย

“เอิร์ธมีเจ้าหนี้หลายราย มีทั้งหนี้ตั๋วเงินระยะสั้น (บีอี) หุ้นกู้ และธนาคารพาณิชย์อื่นๆ แต่ผิดนัดธนาคารกรุงไทยเป็นรายแรก ธนาคารได้จัดชั้นเป็นเอ็นพีแอลไปแล้ว จึงไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้อีก เพราะผิดกฎของธปท. แต่ตัวธุรกิจของเอิร์ธยังเดินต่อไปได้ ขึ้นอยู่กับผู้บริหารจะจัดการอย่างไร”

สำหรับตั๋วบีอีของเอิร์ธที่กำลังจะครบกำหนด ธนาคารไม่สามารถให้เบิกสินเชื่อเพื่อนำเงินไปไถ่ถอนตั๋วบีอีได้ เนื่องจากตามเกณฑ์ของ ธปท.ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่เป็นหนี้เอ็นพีแอลได้ และหากยังปล่อยสินเชื่อให้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ การผิดนัดชำระตั๋วบีอีที่ขยายวงไปยังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เงินผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์ เงินที่ได้รับจากออกตั๋วบีอีแทนที่จะใช้เป็นเงินทุนระยะสั้น หรือใช้เพื่อเป็นสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการได้นำเงินไปลงทุนระยะยาว เมื่อครบกำหนดและไม่สามารถออกตั๋วบีอีใหม่ทดแทนได้ จึงทำให้เกิดปัญหา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องเหลือเป็นจำนวนมาก หากเป็นผู้ประกอบการที่มีบริหารความเสี่ยงที่ดี มีวินัย การออกตั๋วบีอีเพื่อต้องการบริหารต้นทุนการเงิน เนื่องจากถูกกว่าดอกเบี้ยตั๋วบีอี ถูกกว่าดอกเบี้ยของธนาคาร มั่นใจว่าผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์อยู่แล้ว และเชื่อว่าธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ธนาคารกรุงไทยก็ยินดีเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าเช่นกัน แต่การปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการไปไถ่ถอนออกตั๋วบีอีต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันเอ็นพีแอล
“ตอนนี้ต้องจับตาดูกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ว่ามีดีมานด์เทียมหรือไม่ ต้องดูตั้งแต่ผู้ประกอบการว่าทำเลอยู่ตรงไหน ลูกค้าเป็นใคร เพราะตอนนี้เราต้องดูเชิงลึกให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเอ็นพีแอลขึ้นในอนาคต”

นายผยงกล่าวอีกว่า การปล่อยสินเชื่อรวมของธนาคารในปีนี้ ยอมรับว่าจะไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 4-6% และหากยอดสินเชื่อปีนี้เติบโตได้ 4% ก็ต้องลุ้นจนเหนื่อย แต่จะไม่ปรับเป้าหมายสินเชื่อลง และพยายามทำให้ได้ โดยเน้นปล่อยสินเชื่อระยะยาว ที่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งสินเชื่อระยะสั้น พร้อมกับสนับสนุนโครงการภาครัฐ ปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนของรัฐบาล ถนน และรถไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน ธนาคารพร้อมเร่งสนองนโยบายรัฐบาล เร่งโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรืออีเพย์เม้นท์ สนับสนุนนโยบาย ธปท.ที่นำมาตรฐานคิวอาร์โค้ทมาชำระสินค้าแทนเงินสด และสนับสนุนกระทรวงการคลังออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรสวัสดิการคนจน 12 ล้านบัตร.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ