
AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่รูปแบบการทำงาน ไปจนถึงความต้องการจ้างงานในแต่ละอุตสาหกรรม แม้จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างงานรูปแบบใหม่
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเข้ามาทดแทนงานบางประเภท และทำให้แรงงานต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
สำหรับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ ระดับการพัฒนาเทคโนโลยี และทักษะของแรงงาน การเข้ามาของ AI จึงอาจสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายที่แตกต่างกัน
ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในงานประชุม IMF-World Bank Annual Meeting 2026 ภายใต้ Session “Analytical Corner: Labor Markets in Asia: Challenges and Opportunities in the Age of AI”
โดย IMF นำข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานออนไลน์หลายล้านรายการทั่วเอเชียมาศึกษา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในภูมิภาคอย่างไร พร้อมชี้ให้เห็นโจทย์สำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายต้องเตรียมรับมือ เพื่อให้ทั้งแรงงานและตลาดแรงงานสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
Divya Kirti นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า เทคโนโลยี AI เปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสำคัญของการเข้าถึงองค์ความรู้ แม้ว่าศักยภาพของ AI จะสร้างความตื่นเต้นอย่างมาก แต่ก็มาพร้อมกับความกังวลต่อความมั่นคงในอาชีพการงาน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลรับสมัครงานหลายล้านรายการในเอเชีย พบว่า ความต้องการจ้างงานในตำแหน่งที่ AI สามารถเข้าไปทำงานแทนได้ดี เช่น งานเขียนโค้ด ปรับตัวลดลงราว 10% โดยเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอจ้างงานชัดเจนในช่วงปี 2024–2025 หลังจาก ChatGPT เปิดตัวในปี 2022
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า AI จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากการตอบคำถามง่ายๆ ภายในไม่กี่วินาที ขยับไปสู่การแก้ไขบั๊กในระบบภายในหนึ่งชั่วโมง และสามารถฝึกฝนโมเดล Machine Learning ทั้งระบบได้ภายในหนึ่งวัน
แต่สถานการณ์การจ้างงานมนุษย์ กลับไม่ได้ย่ำแย่ลงตามระดับความเก่งของ AI ที่เพิ่มมากขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นคือนายจ้างเริ่มเปลี่ยนมุมมองในการคัดเลือกแรงงาน โดยยังคงต้องการมนุษย์เข้าทำงาน และหาผู้ที่มีทักษะด้าน AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพงาน เช่น การเขียนคำสั่งเชิงลึก หรือการนำ AI เข้าไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภายในองค์กร
ความท้าทายเชิงโครงสร้างที่แตกต่างกันของประเทศในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจาก AI แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเศรษฐกิจ ประชากร และตลาดแรงงาน ทำให้ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาต่างมีโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งรับมือแตกต่างกัน
พร้อมเน้นย้ำถึงโจทย์นโยบายที่ภาครัฐต้องเร่งวางแผนรับมือ ได้แก่
ทั้งนี้ หากในอนาคต AI พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นระดับสูง อาจนำไปสู่คำถามเชิงนโยบายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การกำหนดทิศทางให้ AI พัฒนาไปในลักษณะที่เป็นมิตรต่อแรงงาน หรือการทบทวนกรอบความคิดเรื่องการทำงานเพื่อหารายได้
โดย Divya Kirti สรุปทิ้งท้ายว่า มนุษย์ยังคงจำเป็นสำหรับงานที่ใช้ความรู้ เพียงแต่ต้องปรับตัวมารู้วิธีการใช้ AI ในการทำงาน
Divya Kirti ได้เปิดช่วงถาม-ตอบ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องการเข้ามาของ AI อาจทำให้ค่าจ้างแรงงานลดลงไปจนถึงกระทบต่อการจ้างงานของคนรุ่นใหม่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม จากผลการวิเคราะห์ในปัจจุบันไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่า AI ทำให้ค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง แต่บทบาทสำคัญของ AI คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงาน โดยลดความต้องการแรงงานในงานรูปแบบเดิม ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI และสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ด้วย
นอกจากนี้ ยังไม่พบหลักฐานชี้ชัดว่าแรงงานรุ่นใหม่หรือระดับ Junior ได้รับผลกระทบหนักกว่าแรงงานระดับอาวุโส และนายจ้างยังคงมีความต้องการเปิดรับสมัครงานอยู่เช่นเดิม เพียงแต่เพิ่มเงื่อนไขการคัดเลือกเป็นแรงงานที่รู้วิธีนำ AI มาใช้เสริมการทำงาน
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานกว่า 700 ล้านรายการทั่วโลก IMF พบว่า ทักษะด้าน AI ที่นายจ้างให้ความสำคัญสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
ทั้งนี้ พบว่าในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI ในระดับสูง ความต้องการแรงงานที่มีทักษะด้าน AI ยังเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอาชีพอื่น สะท้อนให้เห็นว่า แม้ AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีนี้ก็สร้างความต้องการทักษะใหม่ในตลาดแรงงานเช่นกัน
Divya กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกคนจดจำไว้คือ เรายังคงต้องการมนุษย์สำหรับงานที่ต้องใช้ความรู้ แม้ว่า AI จะพัฒนาจนมีความสามารถสูงขึ้นมากก็ตาม แต่สิ่งที่จำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ มนุษย์ต้องรู้วิธีใช้ AI ในการทำงาน
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney