เปิดฉาก “โอลิมปิกการเงิน” IMF-World Bank Annual Meetings รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ เวทีทิศทางเศรษฐกิจ

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดฉาก “โอลิมปิกการเงิน” IMF-World Bank Annual Meetings รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ เวทีทิศทางเศรษฐกิจ

Date Time: 9 ต.ค. 2569 18:00 น.

Video

ทำไมทุกวันนี้ NVIDIA แทบไม่ได้เป็นแค่บริษัทขายชิปอีกต่อไป ? | Digital Frontiers EP.77

“Summary“

การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 1,050-2,250 ล้านบาท

  • รัฐบาลประกาศให้วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการพิเศษในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนพิจารณามาตรการทำงานจากที่บ้าน (WFH)
  • นิทรรศการภายในงานเน้นแสดงความสำเร็จด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (DPI), การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบสาธารณสุขไทยภายใต้แนวคิดความยั่งยืน
  • มีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเทียบเท่าระดับสากล พร้อมใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่า 320 คันในการสนับสนุนการเดินทางเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนรัชดาภิเษกและถนนพระราม 4 ในช่วงวันจัดงาน โดยแนะนำให้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

ประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านรับการประชุมระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์ “การประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชาคมการเงินโลก” หรือ “2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings” หรือที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิกการเงิน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร

การเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้เปรียบเสมือนการยกสำนักงานใหญ่ขององค์กรการเงินระดับโลกทั้งสองแห่งจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มาไว้ที่ประเทศไทย โดยต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารภาคเอกชน และสื่อมวลชนมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศสมาชิกทั่วโลก มาร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนของไทย

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ภายในงานครั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพอย่างเต็มที่ นอกจากจะจัดเตรียมสถานที่ และโครงสร้างพื้นฐานไว้เทียบเท่ามาตรฐานสากลระดับสูงสุดแล้ว แต่ยังได้นำเอาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล มาผสานกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันโดดเด่นของไทยอีกด้วย 

งานนี้นอกจากจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นประเทศหมุดหมายสำคัญของโลกที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานในระดับโลกแล้ว ประเทศไทยยังได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหลายประการ

  • เม็ดเงินสะพัด: ดร.เอกนิติ คาดการณ์สร้างรายได้สะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยระหว่าง 1,050 ล้านบาท ถึง 2,250 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมงานกว่า 17,000 คน ที่เดินทางมาพำนักเฉลี่ย 7-10 วัน พร้อมค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000-15,000 บาท/คน/วัน กระจายไปยังภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าชุมชน

  • ปักหมุดศูนย์กลางการลงทุนระดับภูมิภาค (Regional Investment Hub): เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของไทย ทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และมาตรการจูงใจทางการเงิน เพื่อดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

นิทรรศการไฮไลต์ Thailand Pavilion & Royal Pavilion

นิทรรศการจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลักที่ถ่ายทอดเส้นทางการพัฒนาประเทศใน 3 มิติ ได้แก่ Successful Showcases ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง, People Impact ผลลัพธ์ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และ Future Transformation ความพร้อมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

Thailand Pavilion 3 โซนหลัก

  • Zone 1: Digital Public Infrastructure (DPI) นำเสนอความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล เช่น PromptPay, Thai QR Payment, Cross-border QR Payment พร้อมภาพยนตร์สั้น AI เรื่อง “Bangkok’s Digital Ride” ถ่ายทอดผ่านมุมมองนักท่องเที่ยวบนรถตุ๊กตุ๊ก แผงอินเทอร์แอ็กทีฟ X-Ray Board ฉายวิวัฒนาการระบบการเงินและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งชิมช้อปใช้ คนละครึ่ง ผู้ช่วยอัจฉริยะ AI “นกกระซิบ” ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลร้านค้าขนาดเล็ก และเกมจำลอง “Ari Score” ประเมินสินเชื่อด้วยข้อมูลทางเลือก

  • Zone 2: Climate Resilience นำเสนอการรับมือความเสี่ยงด้านภูมิอากาศผ่าน Thailand Risk Map และระบบจัดการน้ำท่วมลุ่มน้ำเชียงใหม่ ประติมากรรมอัปไซเคิลรูปเต่าทะเลอุ้มผืนป่า “สัตยาบันแห่งป่าในมหาสมุทร” โดย วิชชุลดา ปัณฑุราษฎร์ ห้องโถงสัมผัสประสบการณ์ 360° Sensory Chamber นำสู่ 4 จุดหมายยั่งยืน (เกาะเต่า, เกาะลันตา, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, ชุมชนนาเกลือ) และกลไกคาร์บอนเครดิตป่าชุมชน (บ้านโขงตาบาง เพชรบุรี และบ้านแม่ป๋อง-บ้านต้นผึ้ง เชียงใหม่)

  • Zone 3: Longevity ฉายภาพระบบสาธารณสุขไทย เช่น หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) แบบจำลองโฮโลแกรม 3D ของลำพูน Smart Health ท่าบริหาร “ฤาษีดัดตน” แบบ 3D Animation และเครื่องสำอางฐานชีวภาพ 9 นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน เช่น ชีสจากพืชเมล็ดม่อน เครื่องดื่มผำ โปรตีนสกัดหอยเชอรี่ทองและข้าวสังข์หยด ชีสวีแกนเมล็ดฟักทอง และโครงการพันธุศาสตร์ทางการแพทย์แม่นยำ Genomics Thailand

The Royal Pavilion & Impact Pieces

  • The Royal Pavilion: นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติภายใต้หัวข้อ “The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience” ถ่ายทอดปรัชญาการพัฒนา 5 ประการ ประกอบไปด้วย การแก้ปัญหาจากฐานราก, ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง, พัฒนาตามลำดับขั้นตอน, พึ่งพาธรรมชาติ, และการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งสอดคล้องกับวาระการพัฒนาระดับโลก

  • ประติมากรรม Impact Piec: ผลงานโดย ยุทธนา อโนทัยสินทวี ถักทอขึ้นจากเส้นใยธรรมชาติและวัสดุพื้นบ้านทั่วประเทศ ได้แก่ “ONE THAILAND WEAVING CONNECTIONS” และ “ONE THAILAND WEAVING THE FUTURE”

Thai Soft Power & Cultural Experience

  • การตกแต่งสถานที่: ประดับด้วยผ้ามัดหมี่และผ้าไทย 37 ลาย จาก 26 ชุมชน ใน 21 จังหวัด เช่น ผ้าไทลื้อ, ผ้าขาวม้าลายช้าง, ผ้าบาติกพิมพ์ลายบุปผาบรมราชินีนาถ

  • Thai Marketplace: สินค้าหัตถศิลป์จาก SACIT, สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์จากพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ

  • นวดไทยโบราณ: บริการนวดผ่อนคลายคอ บาร่า ไหล่ 10 นาที โดยหมอนวดรับรองจากวัดโพธิ์และเชตวัน

  • การแสดงและอาหาร GI: การแสดงวัฒนธรรมประจำวัน ไฮไลต์ด้วย “Muay Thai Showcase by Thai Fight” ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 พร้อมเสิร์ฟเมนูกาแฟไทย GI อย่าง AM Brew และ Thai Tea by QSNCC

Green Meeting และความปลอดภัยระดับสากล

  • สนับสนุนการขนส่งพลังงานสะอาด (EV Fleet): ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมกว่า 320 คัน คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 95.8 ตัน CO₂eq เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 9,580 ต้น ใน 1 ปี

  • มาตรฐานการดำเนินงานยั่งยืน QSNCC: อาคารเขียวมาตรฐาน LEED-NC v4 Silver ใช้ระบบ BAS ควบคุมอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25°C ติดตั้งระบบหลอดไฟฟ้า LED 100% และโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้า ดำเนินงานแบบประชุมดิจิทัลไร้กระดาษ (Paperless) งดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และย่อยสลายขยะอาหารด้วยเครื่องย่อยปุ๋ยอินทรีย์

  • ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด: ติดตั้งระบบ Master Control Room ถ่ายทอดสดมาตรฐานเดียวกับ FIFA World Cup โดยทีมงานประสบการณ์สูงจากเวที Davos พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นผ่านจุดตรวจ X-ray 17 จุด ประตูสแกน 19 จุด และกล้อง CCTV 24 ชั่วโมง เชื่อมต่อโรงแรมที่พักอย่างเป็นทางการทั้ง 21 แห่ง รวมถึงเตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินและโรงพยาบาลรองรับ 5 แห่ง

ข้อควรรู้สำหรับประชาชนและการเดินทาง

  • การปิดให้บริการ QSNCC: ปิดพื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ชั่วคราว 11-18 ตุลาคม 2569 (งดบริการส่งอาหาร/พัสดุเข้าพื้นที่) และเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 19 ตุลาคม 2569

  • สวนเบญจกิติ: เปิดให้บริการตามปกติตั้งแต่เวลา 04:30-22:00 น. แต่งดใช้ประตูเชื่อมระหว่างสวนฯ กับ QSNCC โดยแนะนำให้ใช้ทางเข้า-ออกฝั่งถนนรัชดาภิเษก หรือถนนพระราม 4

  • วันหยุดราชการพิเศษ: คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการพิเศษเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร

  • แนวทาง WFH ในกรุงเทพ: หน่วยงานราชการในกรุงเทพฯ กำหนด Work from Home ในวันที่ 12, 14 และ 15 ตุลาคม 2569 และขอความร่วมมือภาคเอกชน สถานศึกษา สถาบันการเงิน พิจารณาจัดทำ WFH ตามความเหมาะสม

  • การเดินทางและจราจร: ควรหลีกเลี่ยงถนนรัชดาภิเษก ช่วงแยกพระราม 4 ถึง แยกอโศกมนตรี และถนนพระราม 4 โดยแนะนำให้ใช้รถไฟฟ้า MRT ในการเดินทางช่วงดังกล่าว

ประชาชนชาวไทยทุกคนสามารถร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกด้วยอัธยาศัยไมตรีจิตแบบไทย เพื่อสร้างความประทับใจและร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการประชุมระดับโลกอย่างยั่งยืน


อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ