แบงก์สหรัฐฯ สินเชื่อหดตัวมากสุด ตั้งแต่ Great recession ธุรกิจแบกหนี้ไม่ไหว ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

แบงก์สหรัฐฯ สินเชื่อหดตัวมากสุด ตั้งแต่ Great recession ธุรกิจแบกหนี้ไม่ไหว ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค

Date Time: 22 ม.ค. 2567 19:20 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

ภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง กดดันแบงก์สหรัฐฯ สินเชื่อหดตัวมากสุด ตั้งแต่ Great recession ธุรกิจแบกหนี้พุ่ง ไม่กู้เพิ่ม นักวิเคราะห์คาดฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจระยะข้างหน้า

Latest


รายงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เปิดเผยว่า ปริมาณการปล่อยสินเชื่อของธนาคารสหรัฐฯ ลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการหดตัวอย่างต่อเนื่องครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2553 และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบกว่า 50 ปี หลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่   


การหดตัวของสินเชื่อ หมายความว่าบริษัทต่างๆ กู้ยืมน้อยลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย ที่อยู่ในระดับสูง ทําให้ต้นทุนการกู้ยืนพุ่งสูงขึ้น ธุรกิจต้องกู้เงินเพื่อชำระหนี้เก่า มากกว่าลงทุนต่อยอดธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า 


ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 - กรกฎาคม 2566 Fed ได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยจากระดับใกล้ศูนย์เป็นประมาณ 5.5% เพื่อพยายามควบคุมความร้อนแรงของเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น


แม้ว่า Fed จะส่งสัญญาณว่าจะเริ่มคลายนโยบายการเงิน เมื่อมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงตามเป้าหมายที่ระดับ 2% แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้นธุรกิจจะต้องเผชิญกับปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น

ปริมาณการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่ลดลงเกิดขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Wall Street หลายคนยังคงคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจเชิงลบ แม้ปีที่แล้วเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เกินความคาดหมาย Jeffrey Gundlach นักลงทุนชื่อดัง ประเมินว่ามีโอกาส 75% ที่จะเกิดภาวะถดถอยในปีนี้ ในขณะที่ Henry Kravis มหาเศรษฐี ได้เตือนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น


รวมถึงนักเศรษฐศาสตร์ David Rosenberg และ Steve Hanke ก็คาดว่าภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำอย่างรุนแรงในปีนี้ ในขณะที่ Gary Shilling กูรูด้านตลาดได้แนะนําว่าภาวะถดถอยของสหรัฐฯ อาจกําลังดําเนินอยู่


แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ในปีที่แล้ว เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งช่วยหนุนการเติบโต ในประเทศ โดย GDP ของประเทศขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ที่ 4.9% ในไตรมาสที่ 3 แม้ว่าจะคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงเพียง 1.3% ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี 2566 ตามการสํารวจของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาฟิลาเดลเฟีย


แต่นักวิเคราะห์ใน Wall Street บางคนเชื่อว่าตอนนี้นายธนาคารกลางสหรัฐฯ มองว่าเศรษฐกิจกำลังอยู่ในภาวะ "Soft landing". 

อ้างอิง

อ่านข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ


ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ