
ราคาน้ำมัน ร่วงลงแตะจุดต่ำสุด นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เนื่องจากอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้น กระตุ้นให้แนวโน้มการซื้อขายน้ำมันขาดทุนมากขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลง 4.6% สู่ระดับต่ำกว่า 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่นักลงทุนแห่เทขาย เมื่อราคาลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ร่วงลง 4.9% สู่ระดับต่ำกว่า 73 ดอลลาร์ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าการเพิ่มขึ้นที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.8 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ในเดือน ต.ค. การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ยังพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.2 ล้านบาร์เรล
ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะชะลอตัวลง แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออก น้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่าง OPEC+ และรัสเซีย จะประกาศขยายเวลาลดกำลังการลดผลิตน้ำมันไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาตลาดน้ำมันโลก
ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามอิสราเอล-ฮามาส ที่ลดลง เนื่องจากนักลงทุนกำหนดราคาค่าพรีเมียมความเสี่ยงที่ต่ำลงจากความขัดแย้ง ยังเป็นปัจจัยที่กดดันให้การซื้อขายน้ำมันขาดทุนอีกด้วย
ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาการประชุม OPEC ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 26 พ.ย. นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่า ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียอาจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2568
อ้างอิง