
จากข้อมูลของ Bloomberg Businessweek ที่รวบรวมข้อมูลคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในสหรัฐฯ เช่น ULCA, Yale, Stanford และ Harvard พบว่า การสมัครเข้าเรียนหลักสูตร MBA แบบเต็มเวลาในสถาบันเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีจำนวนลดลง นับตั้งแต่ปี 2560 โดยหลักสูตรชั้นนำอย่างน้อย 17 จาก 26 หลักสูตร ในระยะยาวพบว่ามีการสมัครเข้าเรียนลดลง
สอดคล้องกับผลสำรวจแนวโน้มการสมัครเข้าเรียนของ Graduate Management Admission Council ที่พบว่า จำนวนการสมัครเข้าเรียนหลักสูตร MBA ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว
โดยในปีนี้ จำนวนการสมัครเข้าเรียนในหลักสูตร MBA ที่ได้รับการจัดอันดับคุณภาพ 100 อันดับแรก มีแนวโน้มลดลงและได้รับผลกระทบมากกว่าหลักสูตรที่มีอันดับต่ำลงมา หากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป อาจสร้างความกดดันในการดำเนินงานให้กับหลักสูตรระดับกลางและระดับสูง โดยเฉพาะสถาบันที่ไม่ได้มีเงินทุนสำรองมากนัก
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้สมัครเรียนชาวอเมริกันจะลดลง โดยในปี 2565 กว่า 85% ของหลักสูตร MBA แบบเต็มเวลา มีจำนวนผู้สมัครเรียนในประเทศน้อยกว่าปี 2564
อีกทั้งยังพบว่า 80% ของหลักสูตรเหล่านี้เป็นผู้สมัครเรียนชาวต่างชาติ และแนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปในปีนี้
แม้สถาบันส่วนใหญ่จะไม่ได้แจกแจงจำนวนผู้สมัครที่เป็นชาวต่างชาติต่อสาธารณะ แต่จากการแบ่งปันข้อมูลของสถาบัน 6 แห่ง กับ Businessweek พบว่าผู้สมัครเรียนชาวต่างชาติสำหรับรุ่นปีการศึกษา 2568 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60%-90% ของผู้สมัครเรียนทั้งหมด
ทั้งนี้ ผลกระทบจากจำนวนผู้สมัครเรียนหลักสูตร MBA ในประเทศที่ลดลง ได้ผลักดันให้สถาบันชั้นนำส่วนใหญ่ เปิดรับนักศึกษาต่างชาติมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา
โดยสัดส่วนนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นสองหลัก ในสถาบันชั้นนำอย่างน้อย 22 แห่งจาก 26 แห่ง จากการจัดอันดับของ Businessweek
ทั้งนี้ จำนวนผู้สมัครเรียนที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เติบโตอย่างร้อนแรง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อระดับสูง ส่งผลให้มีความต้องการจ้างงานเพิ่มขึ้น แม้ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 นักศึกษาในหลักสูตร MBA อาจถูกเลิกจ้างในปี 2563 และเพิ่งได้กลับมาทำงานในปี 2564 ทำให้พวกเขาเลือกที่จะทำงานตำแหน่งเดิมไปอีกสองสามปี แทนที่จะกลับมาเรียนต่อ
อ้างอิง