ซาอุดีอาระเบีย ทดลองปลูกพืชกลางทะเลทราย ปั้น Food hub ตะวันออกกลาง

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ซาอุดีอาระเบีย ทดลองปลูกพืชกลางทะเลทราย ปั้น Food hub ตะวันออกกลาง

Date Time: 7 ส.ค. 2566 19:31 น.

Video

เบื่อเป็นลูกจ้าง! หุ้น vs ธุรกิจ ทางไหนพารอด? ฟัง ซัน กระทรวง - เบียร์ ใบหยก | Money Issue EP.46

Summary

ซาอุดีอาระเบียร่วมมือกับบริษัทเนเธอร์แลนด์ Van der Hoeven Horticultural Projects เพื่อทดลองปลูกพืชกลางทะเลทรายในสภาพอากาศสังเคราะห์ แก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ตั้งเป้าเป็น Food hub แห่งภูมิภาคตะวันออกกลาง

ซาอุดีอาระเบียร่วมมือกับบริษัทเนเธอร์แลนด์ Van der Hoeven Horticultural Projects ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาการปลูกพืชในโรงเรือน เพื่อทดลองปลูกพืชกลางทะเลทรายในสภาพอากาศสังเคราะห์ ในเขตชานเมือง ภายใต้โครงการเมืองแห่งอนาคตนิอุม (NEOM) 


ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายในระยะยาวเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบียซึ่งติดกับทะเลแดง ให้เป็นศูนย์กลางอาหารของภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยเป้าหมายการมีโรงเรือนปลูกพืชขนาดพันเฮกตาร์ เพื่อให้สามารถมีผลผลิตผักและผลไม้มากกว่า 300,000 ตัน ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า 


บริษัท Van der Hoeven Horticultural Projects ได้เซ็นสัญญากับรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์ (4.1 พันล้านบาท) เพื่อออกแบบและก่อสร้างศูนย์ทดลองปลูกพืชโรงเรือน 2 แห่ง ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างไปแล้วเมื่อต้นปี และคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567


โดยโครงการทดลองปลูกพืชกลางทะเลทราย เป็นโครงการที่รวบรวมเทคโนโลยีการปลูกพืชที่ล้ำสมัยที่สุดของบริษัท Van der Hoeven  มาใช้ในการดำเนินโครงการ ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และระบบกรองน้ำขั้นสูงเข้ามาใช้ในการกระบวนการปลูกพืช นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และน้ำทะเล เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในเรือนกระจกตลอดช่วงฤดูร้อน โดยวิธีการนี้จะสามรถลดการใช้น้ำในท้องถิ่น

ในช่วงที่ผ่านซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้หลักจากการขายน้ำมัน ต้องเผชิญกับผลกระทบจากสงครามที่ทำให้โลกเกิดวิกฤติด้านพลังงานและราคาน้ำมัน อีกทั้งภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายซึ่งมีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกพืช ทำให้ประเทศประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากต่างประเทศเพื่อผลิตอาหาร ดังนั้นการลงทุนครั้งนี้จึงนับเป็นการลงทุนเทคโนโลยีด้านอาหารครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อเตรียมรับมือวิกฤติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต.

อ้างอิง :


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ