ขีดความสามารถแข่งขันไทย ขยับขึ้น 3 อันดับ ผงาด อยู่ที่ 30 จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก!

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ขีดความสามารถแข่งขันไทย ขยับขึ้น 3 อันดับ ผงาด อยู่ที่ 30 จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก!

Date Time: 20 มิ.ย. 2566 12:04 น.

Video

เทรนด์รถไทย 2026 ไฮบริด vs EV เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ? | Money Issue EP.42

Summary

IMD เผย ผลการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขัน ปี 2566 พบ เดนมาร์ก รั้งอันดับ 1 ขณะที่ไทย คะแนนดีขึ้น 3 อันดับ ขยับมาอยู่ที่อันดับ 30 จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก

Latest


ความสามารถในการแข่งขัน ถูกเปรียบเป็น “ตัวชี้วัด” อย่างหนึ่ง ที่บ่งบอกถึงความเจริญก้าวหน้าของประเทศนั้นๆ ถ้าอยู่ในสนามรบก็คงเป็นนักสู้ที่มีลักษณะหลายๆ อย่าง ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง สำหรับ “ประเทศไทย” ในระยะที่ผ่านมา 

ไทยเรามีอันดับความสามารถในการแข่งขันค่อนข้างคงที่ และมักมีความผันผวนในปีที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก หรือสถานการณ์ภายในประเทศ นั่นเป็นจุดบอดที่ทำให้ไทยเพลี่ยงพล้ำโอกาสหลายๆ อย่าง 

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยล่าสุด ในปี 2566 ของ IMD World Competitiveness Center ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่วัดความสามารถในการแข่งขันของ 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก พบว่าอันดับของประเทศไทย ดีขึ้นถึง 3 อันดับ จากปี 2565 มาอยู่ในอันดับที่ 30 

นอกจากนี้ ผลการศึกษาของปี 2566 ยังแสดงให้เห็นว่า เขตเศรษฐกิจอย่างไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในปีนี้ จากการกลับมาเปิดประเทศ หลังดำเนินนโยบายปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 มาอย่างยาวนาน

ย้อนผลการจัดอันดับของประเทศไทยโดยสถาบันเดียวกัน ปี 2562 ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 25 จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่ปี 2563 อยู่ที่อันดับ 29 ถัดมาเมื่อปี 2564 ไทยมีคะแนนอยู่ที่อันดับ 28 ส่วนปีที่แล้ว 2565 อยู่ที่อันดับ 33 

เจาะในปี 2566 ภาพรวม ซึ่งไทยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันอยู่ที่อันดับ 30 จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ปรับดีขึ้น 3 อันดับ จากอันดับที่ 33 ในปีที่แล้ว มีผลคะแนนสุทธิดีขึ้นจาก 68.67 มาอยู่ที่ 74.54 ในปีนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัย 4 ด้านที่ใช้ในการจัดอันดับ ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นจากปีที่แล้วในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น 

  • สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) 
  • ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) 
  • ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) 
  • โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) 

โดยด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) มีอันดับดีขึ้นมากที่สุดถึง 18 อันดับ ตามมาด้วย ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) และด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ที่ต่างขยับอันดับดีขึ้น 7 อันดับ และด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ขยับดีขึ้น 1 อันดับ 

ไทยอยู่ตรงไหนในอาเซียน 

ทั้งนี้ จากเขตเศรษฐกิจในสมาชิกประชาคมอาเซียนรวม 10 เขตเศรษฐกิจ มีเพียง 5 เขตเศรษฐกิจ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ที่ได้รับการจัดอันดับโดย IMD ซึ่งเขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันสูงสุดของอาเซียนในปี 2566 คือ สิงคโปร์อันดับ 4 รองลงมาคือ มาเลเซีย อันดับ 27 ไทย อันดับ 30 อินโดนีเซีย อันดับ 34 และฟิลิปปินส์ อันดับ 52 ตามลำดับ 

ในปี 2566 เขตเศรษฐกิจอย่างไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในปีนี้ จากการกลับมาเปิดประเทศ หลังดำเนินนโยบายปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 มาอย่างยาวนาน โดยที่น่าสนใจคือ อินโดนีเซีย มีอันดับดีขึ้นมากที่สุดถึง 10 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 34 ในปีนี้ จากปัจจัยด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) และประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ที่มีอันดับดีขึ้นถึง 13 อันดับ และ 11 อันดับจากปีก่อน 

โดยสำหรับด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เป็นผลจากการปรับอันดับดีขึ้นถึง 16 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 28 ของปัจจัยย่อยด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ (Domestic Economy) จากพัฒนาการของตัวชี้วัด 1.1.14 Real GDP growth และตัวชี้วัด 1.1.15 Real GDP growth per capita 

ตามมาด้วยมาเลเซีย ขยับอันดับดีขึ้นถึง 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 27 จากปัจจัยด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ที่มีอันดับดีขึ้น 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 7 เป็นผลจากการปรับอันดับดีขึ้นถึง 34 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 16 ของปัจจัยย่อยด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ (Domestic Economy) จากพัฒนาการของตัวชี้วัด 1.1.15 Real GDP growth per capita และตัวชี้วัด 1.1.14 Real GDP growth และไทยปรับอันดับดีขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 30 ในขณะที่ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ มีอันดับลดลงจากปีก่อนถึง 4 อันดับและ 1 อันดับ ตามลำดับ มาอยู่ที่อันดับ 52 และอันดับ 4

เดนมาร์ก ยืนหนึ่ง ขีดความสามารถของประเทศสูงสุด

สำหรับผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันประจำปี 2566 ภาพใหญ่นั้น เดนมาร์กยังคงได้รับการจัดอันดับเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากความแข็งแกร่งในปัจจัยประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงการปรับอันดับดีขึ้นเล็กน้อยของปัจจัยประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) 

ไอร์แลนด์ อันดับ 2 ในปีนี้ ขยับขึ้นมา 5 อันดับจากปีที่แล้ว จากความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพ ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ที่สามารถสร้างเศรษฐกิจที่มีความสามารถในการปรับตัว (Resilient economies) สูง อันดับ 3 สวิตเซอร์แลนด์ จากจุดแข็งด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมถึงสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ที่ปรับอันดับดีขึ้นค่อนข้างมาก มาอยู่ที่อันดับ 18 จากอันดับ 30 ในปีก่อน

ขีดความสามารถไทย ความท้าทายระยะยาว 

จากอันดับที่ขยับมาข้างต้นของประเทศไทย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Management Association (TMA) สะท้อนให้เห็นว่า ปีที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนของไทย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สามารถปรับตัว พัฒนาตนเองได้ดีขึ้นในการรับมือกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่สุดของไทยคือ การศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นรากฐานที่จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในด้านต่างๆ ของประเทศให้พัฒนาได้อีกมาก รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความแข็งแกร่ง และก้าวหน้าเท่าทันกับประเทศอื่นๆ อย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย นับว่าเป็นความท้าทายในระยะยาว ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ประเด็นสำคัญจากผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน ปี 2566 

เพราะ IMD พบว่า ปัจจัยสนับสนุนของเขตเศรษฐกิจที่อยู่อันดับต้นๆ ของโลกในปีนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเขตเศรษฐกิจขนาดเล็ก (Smaller Economies) ที่มีกรอบการบริหารภาครัฐ (Institutional frameworks) ที่ดี รวมถึงมีระบบการศึกษาที่แข็งแกร่ง (Strong education systems) และมีความสามารถในการเข้าถึงตลาด (Access to markets) และพันธมิตรทางการค้า (Trading partners) ได้ดี 


ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยให้เขตเศรษฐกิจเหล่านี้มีขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสูง ท่ามกลางความท้าทายของโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ (Inflation) ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical risks) และโลกที่มีความแบ่งแยกแตกต่างกัน (Fragmented world) มากขึ้น.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ