สหรัฐฯ เผยยอดคนขอรับสวัสดิการว่างงาน พุ่ง 261,000 คน สูงสุดเทียบเท่าช่วงโควิด

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สหรัฐฯ เผยยอดคนขอรับสวัสดิการว่างงาน พุ่ง 261,000 คน สูงสุดเทียบเท่าช่วงโควิด

Date Time: 10 มิ.ย. 2566 13:52 น.

Video

Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

Summary

สหรัฐฯ เผยจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 261,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานกําลังอ่อนตัวลง ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า

Latest


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) กรมแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า จํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 261,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานกําลังอ่อนตัวลง หลังจากขึ้นอัตราดอกเบี้ยมานานกว่าหนึ่งปี


โดยจำนวนผู้ที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับสวัสดิการการว่างงานเป็นครั้งแรกเพิ่มขึ้น 28,000 ราย สู่ระดับ 261,000 ราย ณ วันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งสูงกว่าระดับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 235,000 ราย ถือเป็นจำนวนอัตรารายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2564 และมีจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการอย่างไม่เป็นทางการอยู่ที่ 219,391 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 5% หรือ 10,535 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้า สำหรับจำนวนผู้ที่ได้รับสวัสดิการว่างงานถึงวันที่ 20 พฤษภาคม มีทั้งหมด 1.635 ล้านราย เพิ่มขึ้น 27.4% จาก 1.283 ล้านรายในปีที่แล้ว 


ตามรายงานของ CME Group ระบุว่า อัตราความเชื่อมั่นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13-14 มิถุนายนนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 73.6% จากประมาณ 65% ก่อนหน้าที่จะมีการรายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก

ตลาดแรงงานที่มีความแข็งแกร่งน้อยลงจะช่วยลดแรงกดดันในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของ Fed เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานและค่าจ้างเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น


ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2565 Fed ได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานการกู้ยืมไปแล้ว 10 ครั้ง เพื่อคงอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 5%-5.25% ในขณะตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payrolls) ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1.6 ล้านราย ในปี 2566


อย่างไรก็ตาม รายงานการจ้างงานในเดือนพฤษภาคมแสดงให้เห็นถึงการจ้างงานที่ลดลง โดยอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 3.7% โดยมีจำนวนคนว่างงานอยู่ที่ 310,000 ราย ถึงแม้นโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะสามารถลดอัตราเงินเฟ้อลงมาได้ แต่ก็ยังคงสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2%


นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤษภาคมในสัปดาห์หน้า โดย FactSet คาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4%.

อ้างอิง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ