จากซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” สู่ LOOKE “บอส นฤเบศ” ปั้นความสุขเป็นธุรกิจ 100 ล้าน

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จากซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” สู่ LOOKE “บอส นฤเบศ” ปั้นความสุขเป็นธุรกิจ 100 ล้าน

Date Time: 24 ต.ค. 2569 04:01 น.

Video

น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา มีรถน้ำมันและรถไฟฟ้าจมอยู่ใต้มวลน้ำ ถ้าต้องเคลมประกันจะได้เท่าไร? I Money Issue

“Summary“

“แปลรักฉันด้วยใจเธอ” ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ “บอส–นฤเบศ กูโน” ผู้กำกับมือทอง คือซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ดังกล่าว จากเรื่องราวความรักและการค้นหาตัวตนของเด็กหนุ่มสองคน ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจนเข้าไปอยู่ในหัวใจผู้ชม ไม่เพียงแจ้งเกิด “บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” และ “พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” ให้ก้าวเป็นศิลปินไอดอลขวัญใจแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังสร้างความรักความผูกพันจนต่อยอดไปสู่งานเพลง คอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และโอกาสทางธุรกิจของศิลปินอีกมากมาย

Latest


ในโลกธุรกิจบันเทิง การสร้างซีรีส์สักเรื่องให้ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การสร้างซีรีส์ที่แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้ว ผู้ชมยังคงรัก ผูกพัน และจดจำได้ทั้งตัวละคร เรื่องราว บทเพลง หรือแม้แต่สถานที่ถ่ายทำ จนสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องนั้น ยากยิ่งกว่า!!

“แปลรักฉันด้วยใจเธอ” ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ “บอส–นฤเบศ กูโน” ผู้กำกับมือทอง คือซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ดังกล่าว จากเรื่องราวความรักและการค้นหาตัวตนของเด็กหนุ่มสองคน ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจนเข้าไปอยู่ในหัวใจผู้ชม ไม่เพียงแจ้งเกิด “บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” และ “พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” ให้ก้าวเป็นศิลปินไอดอลขวัญใจแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังสร้างความรักความผูกพันจนต่อยอดไปสู่งานเพลง คอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และโอกาสทางธุรกิจของศิลปินอีกมากมาย

แม้แต่จังหวัดภูเก็ตที่ใช้เป็นฉากหลังของเรื่อง ยังกลายเป็นจุดหมายปลายทางของแฟนซีรีส์ที่ต้องการเดินทางตามรอยชีวิตและความรักของ “เต๋” และ “โอ้เอ๋ว” ตัวละครในเรื่อง กลายเป็นตัวอย่างพลังซอฟต์พาวเวอร์จากอุตสาหกรรมบันเทิงที่เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวและสร้างเม็ดเงินขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น

“บอส” เล่าว่า เขามองเห็นภาพเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มคิดบทและพล็อตเรื่อง การเลือกนักแสดงที่โดดเด่นมีเสน่ห์ จนถึงสถานที่ถ่ายทำในภูเก็ต ที่ต้องการฉายภาพความงดงามทั้งทะเล ภูเขา อาคารบ้านเมือง อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตผู้คน

“ความงดงามของซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ภาพสวยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังเติบโต เจ็บปวด ลังเล และตกหลุมรัก ผูกพันไปกับตัวละคร กระทั่งสถานที่ธรรมดาในเรื่องกลายเป็นสถานที่พิเศษในความทรงจำของผู้ชม”

ผลงานของ “บอส” ไม่ได้มีเพียง “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” เขายัง เป็นผู้กำกับร่วมในซีรีส์ “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3” รวมถึงผลงานกำกับ และเขียนบท “Side by Side พี่น้องลูกขนไก่” “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” (My Ambulance) ตลอดจนภาพยนตร์ที่สร้างกระแสฮือฮาอย่าง “วิมานหนาม”

สำหรับ “บอส” จุดเริ่มต้นของการสร้างคอนเทนต์หรือซีรีส์สักเรื่องมาจาก Passion ความรักและความท้าทายในการสร้างสรรค์งานล้วนๆ แต่ Passion นั้นสามารถพัฒนาเป็น Vision หรือวิสัยทัศน์ทางธุรกิจได้!!

เขาบอกว่า ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานใน “นาดาว บางกอก” โดยเฉพาะจาก “พี่ย้ง–ทรงยศ สุขมากอนันต์” ที่สอนให้คิดสร้างสรรค์คอนเทนต์หรือบทละครควบคู่กับการพัฒนาต่อยอดศักยภาพศิลปินวางแผนให้เห็นภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อสร้างโมเดลหรือ Road Map ธุรกิจระยะยาวได้

จากซีรีส์หนึ่งเรื่อง นอกจากสร้างคอนเทนต์และปั้นศิลปินคุณภาพให้เป็นที่รักของผู้ชม ยังแตกแขนงธุรกิจไปสู่เพลงประกอบซีรีส์งานแสดงสด คอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง Merchandise หรือสินค้าที่ระลึกไปจนถึงงานโฆษณา พรีเซนเตอร์ และกิจกรรมทางการตลาดของศิลปินอีกมากมาย

ดังนั้น เมื่อ “นาดาว บางกอก” ยุติบทบาทลง “บอส” จึงตัดสินใจสร้างธุรกิจของตัวเอง พร้อมเพื่อนที่มีความเชื่อและหลงใหลในสิ่งเดียวกัน ภายใต้ชื่อบริษัท LOOKE โดยตั้งโจทย์สร้างคอนเทนต์วัยรุ่นที่สื่อสารด้วยน้ำเสียงเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน ด้วยเงินทุนก้อนแรก 10 ล้านบาท จากการลงขันของ 3 พาร์ตเนอร์ คือ บอส-แตง นักเขียนบท “เลือดข้นคนจาง” “บุพเพสันนิวาส” “สงครามส่งด่วน” และแอมมี่ โปรดิวเซอร์ขุนพลคู่ใจ รวมถึงยืมเงินทุนบางส่วนจากเพื่อนในวงการ

เขาเปิดตัวบริษัทพร้อมซีรีส์เรื่องแรกของค่าย “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” ในเดือน ม.ค.68 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีผลงานภาคต่อ “GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน” กำลังออนแอร์

“งานผลิตซีรีส์และพัฒนาศิลปินเป็นความชำนาญของทีม แต่สิ่งที่ท้าทายหลังโดดจากบทบาทผู้กำกับมาควบตำแหน่งผู้บริหาร คือ การบริหารการเงิน และ “การบริหารจัดการศิลปิน” ทั้งการเลือกรับงาน การตั้งราคาค่าตัว และการรักษาความสัมพันธ์กับสปอนเซอร์ ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านที่ต้องเรียนรู้ใหม่

“บอส” บอกว่า เขาโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนและคำปรึกษาใกล้ชิดจากผู้ใหญ่ในวงการ ทั้งพี่ย้ง พี่จีน่า ซีอีโอ GDH พี่ธาดา และ “พี่แท็ค” อดีตฝ่ายการตลาดนาดาวฯ ที่เข้ามาช่วยวางโครงสร้างธุรกิจ การเงินระบบบริหารศิลปิน และกลยุทธ์การตลาดหลังบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดและไม่เคยทำมาก่อน!!

2 ปี สำหรับ LOOKE ในมือของ “บอส” จากวันแรกที่มีทีมงานเพียง 5 คน รวมตัวเองและพาร์ตเนอร์อีก 2 คน วันนี้มีพนักงานกว่า 30 คน และเคยมีรายได้ขึ้นไปถึง 100 ล้านบาท แม้บวกลบแล้วจะเหลือกำไรไม่มาก แต่ทำให้เขาได้ประสบการณ์ รู้จุดที่ตัดสินใจพลาด เรียนรู้การจัดการธุรกิจ และมองเห็นทิศทางข้างหน้าได้ชัดเจนขึ้น โดย “บอส” ตั้งเป้าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เริ่มตั้งแต่ปีหน้า จะผลิตซีรีส์ปีละ 3-4 เรื่อง จากปีละ 1 พร้อมพัฒนาผู้กำกับรุ่นใหม่ ควบคู่กับการปั้นนักแสดงและไอดอลเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังแบ่งธุรกิจเป็น 2 ด้าน คือ การสร้างและพัฒนาศิลปิน (Content for Artists) ด้วยการเขียนบทและผลิตซีรีส์เพื่อส่งเสริมศักยภาพเด็กในค่ายโดยเฉพาะ และ การพัฒนาคอนเทนต์จากบท (Content–Driven) ซึ่งเป็นจุดแข็งที่มีอยู่ โดยไม่ยึดติดว่าต้องใช้นักแสดงในค่าย แต่เลือกคนที่เหมาะกับบทที่สุด เช่น การดึงไอดอลอย่าง “พีพี-บิวกิ้น” หรือคนอื่นๆมาร่วมงานเมื่อมีบทที่เหมาะสม

“บอส” ย้ำว่า การทำงานของเขาคือการสร้างงานศิลปะ (Art) ไม่ได้สร้างคอนเทนต์เพื่อขาย แต่สร้างคอนเทนต์ด้วยความรัก ต้อง สร้างสรรค์งานที่มีคุณค่าขึ้นมาด้วยความรัก สู่การสร้างตัวละครที่คนรัก จากตัวละครที่คนรัก สู่การสร้างศิลปินที่คนผูกพัน และจากความรักความผูกพันนั้น จึงเกิดโอกาสต่อยอดธุรกิจจากศักยภาพและความสามารถของศิลปินหรือไอดอลเอง เขายังย้ำว่า แก่นแท้ของธุรกิจนี้คือ “การมองเห็นเสน่ห์ที่แท้จริง” ของคอนเทนต์ และศิลปิน แล้วใช้ความชำนาญดึงเสน่ห์นั้นถ่ายทอดออกมา เมื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพจากเสน่ห์ที่แท้จริงได้แล้ว ผลตอบแทนจะตามมาเองโดยธรรมชาติ

เมื่อถามถึง Business on my way ของ “บอส...นฤเบศ กูโน” เขาบอกว่า เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่ตัวเลขผลกำไร แต่คือการทำให้ผู้คนจดจำชื่อเขาในฐานะ “ผู้สร้างศิลปินและคอนเทนต์คุณภาพ” และยิ่งไปกว่าคุณภาพ คือการเป็น “ช่วงเวลาแห่งความสุข” (Moments of Happiness) ให้แก่คนดู ผู้ชม แฟนคลับ และตัวศิลปินเอง เมื่อเวลาผ่านไป หากย้อนกลับมาดูผลงานที่เขาสร้าง จะยังคิดถึงความสุขที่เคยมีร่วมกับตัวละครและศิลปิน รวมถึงความสุขของทีมงานที่ได้ร่วมกันสร้างผลงานที่ทำให้คนรัก และทำให้คนมีความสุข

ความสำเร็จของธุรกิจอาจวัดกันที่ตัวเลขกำไร แต่คุณค่าของผลงานที่สร้างด้วยความรัก วัดกันที่ “การได้เข้าไปอยู่ในหัวใจผู้คนและยังคงเป็นความสุขในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด”.

เลดี้แจน


คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ