
ซีพีแรม เปลี่ยนเกมอาหารเจเน้นวัตถุดิบธรรมชาติ-รสชาติ ลดพึ่ง Plant-based ดันเมนูเจกินได้ทุกวัน หวังขยายตลาดจากเทศกาลสู่มื้อประจำวัน ขณะที่ตลาดอาหารเจปี 69 คาดโต 8% แตะ 4.9 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางต้นทุนสูงและกำลังซื้อเปราะบางพร้อมตรึงราคาสู้ต้นทุน ด้าน ซีพีออลล์ คาดยอดขายอาหารเจย่านเยาวราชโต 10%
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปกำลังทำให้ตลาดอาหารเจขยับจากการบริโภคตามเทศกาล สู่การเป็นทางเลือกในชีวิตประจำวัน ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานจึงต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความต้องการที่ไม่ได้มีเพียงการลดเนื้อสัตว์ แต่ยังให้ความสำคัญกับรสชาติ ความเป็นธรรมชาติ คุณค่าทางอาหาร ความสะดวก และความคุ้มค่า
นางสาวนันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทให้น้ำหนักกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเจที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติและลดความซับซ้อนของกระบวนการแปรรูป เพื่อรักษารสชาติและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยไม่ได้มุ่งทำตลาด Plant-based เพียงอย่างเดียว
“เรายังมีผลิตภัณฑ์ Plant-based อยู่ ไม่ได้ปฏิเสธ แต่พัฒนาให้ดีขึ้นตรงกับความต้องการของผ้บริโภคมากขึ้น เพราะสิ่งที่ต้องการภายใต้แบรนด์วีจีฟอร์เลิฟ (VG for Love) คือความเป็นธรรมชาติ และวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด”
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับน้ำหนักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การรับประทานและคุณภาพของวัตถุดิบ ควบคู่กับการขยายฐานผู้บริโภคอาหารเจให้กว้างกว่ากลุ่มผู้ถือศีลในช่วงเทศกาล
สำหรับตลาดอาหารเจปี 2569 บริษัทประเมินว่าจะเติบโตประมาณ 8% จากมูลค่าตลาดปีก่อนราว 45,900 ล้านบาท สู่ระดับประมาณ 49,000 ล้านบาท แม้ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่ายจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ความต้องการอาหารที่สะดวก มีความหลากหลาย และตอบโจทย์การดูแลสุขภาพยังเป็นโอกาสของผู้ผลิต
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้การรับประทานอาหารเจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเทศกาลหรือกลุ่มคนที่นิยามตัวเองว่าเป็นผู้บริโภคอาหารเจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ในบางมื้อ โดยเลือกอาหารจากรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ความสะดวก และราคาที่เหมาะสม
ซีพีแรมจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์วีจีฟอร์เลิฟ เพื่อขยายโอกาสจากตลาดอาหารเจตามฤดูกาลไปสู่การบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยปีนี้บริษัทมีผลิตภัณฑ์อาหารเจรวมกว่า 50 รายการ เพิ่มสินค้าใหม่ 19 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารจานหลักและผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน
หนึ่งในเมนูขายดีคือข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน ขณะที่เมนูใหม่ ได้แก่ สปาเกตตีขี้เมาหมูกรอบวีแกน และข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ นอกจากนี้ ยังต่อยอดผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เจด ดราก้อน ร่วมกับดีน่า ด้วยการนำส่วนผสมจากธัญพืชและวัตถุดิบจากพืช เช่น งาดำ จมูกข้าว และข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่มาพัฒนาเป็นไส้ซาลาเปา พร้อมเพิ่มทางเลือกจากผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เจของเลอแปง
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้วางจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกและร้านค้าชั้นนำ รวมถึง 7-Eleven แม็คโคร และโลตัส เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารเจได้สะดวกขึ้น
นางสาวนันทณัฐกล่าวว่า แม้ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี รวมถึงราคาผักบางรายการที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาอาหารเจ โดยใช้การวางแผนและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานร่วมกับคู่ค้าล่วงหน้าตั้งแต่กลางปี เพื่อควบคุมต้นทุนและลดผลกระทบต่อผู้บริโภค
“ในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้ราคาถูกที่สุด แต่ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ รสชาติ และความสะดวก”
การรักษาระดับราคาจึงเป็นอีกโจทย์สำคัญของผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ต้องสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคเห็นได้จากทั้งคุณภาพ ปริมาณ และความสะดวกในการซื้อ
ด้านนายอัศวิน ภูริติกานต์ ผู้ช่วยผู้จัดการแม็คโคร สาขาสาทร กล่าวว่า ผู้บริโภคให้ความสนใจอาหารเจปรุงสำเร็จและอาหารพร้อมรับประทานมากกว่าวัตถุดิบสด เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการซื้ออาหารไปรับประทานได้ทันที
แม็คโครสาขาสาทรซึ่งปรับรูปแบบเป็นไฮบริดมาแล้วประมาณ 3-4 เดือน มียอดขายเติบโตเมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม จากการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและอาหารพร้อมรับประทาน
ทิศทางดังกล่าวทำให้ช่องทางค้าปลีกมีบทบาทมากขึ้นในการตอบสนองความต้องการอาหารเจที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่ปรุงอาหารเองและผู้ที่ต้องการความสะดวก โดยสินค้าอาหารพร้อมรับประทานเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารเจได้ง่ายขึ้น
ด้านนายอนันต์กรณ์ มัณยานนท์ ผู้จัดการเขตโซนกรุงเทพตะวันตก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มดีขึ้น ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เป็นปัจจัยที่คาดว่าจะช่วยให้ประชาชนออกมาร่วมเทศกาลกินเจและเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น
โดยเฉพาะย่านเยาวราชซึ่งมีแรงดึงดูดจากเทศกาลกินเจและกระแสการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่อเนื่องจากย่านทรงวาด บริษัทจึงคาดว่ายอดขายอาหารเจในพื้นที่เยาวราชปีนี้จะเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน