รอบรั้วการตลาด : DITP ชู DEmark 2026 เพิ่มการแข่งขันสินค้าไทยในเวที

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รอบรั้วการตลาด : DITP ชู DEmark 2026 เพิ่มการแข่งขันสินค้าไทยในเวที

Date Time: 11 ก.ย. 2569 13:12 น.

Video

Nebius ทำอะไร? เกินกว่าจะเป็นนีโอคลาวด์ธรรมดา | Digital Frontiers EP.75

Summary

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าโครงการ รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมในรางวัล DEmark 2026 ตอกย้ำบทบาทของการออกแบบในฐานะเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าและบริการไทยไปสู่ Next Level สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า สร้างความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Latest


นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การแข่งขันของสินค้าและบริการของไทย ต้องแข่งขันด้วย ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม คุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าที่แตกต่าง ดังนั้นการออกแบบ จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยสร้างสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น และสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน อนาคตของงานออกแบบไทยไม่ได้อยู่เพียงแค่การสร้างผลงานที่ดี แต่คือการสร้างผลงานที่ไปได้ไกลและสร้างคุณค่าได้จริง 

โดยปีนี้มีผู้ประกอบการและนักออกแบบส่งผลงานเข้าร่วมโครงการจำนวน 620 ผลงาน และผ่านการพิจารณาได้รับรางวัล DEmark 2026 จำนวน 128 ผลงาน จากผู้สมัคร 107 ราย ครอบคลุม 8 สาขาการออกแบบ ได้แก่ Furniture, Lifestyle, Accessories & Wearable, Industrial & IoT, Packaging Design, Graphic & Communication Design, Interior Design และ System Service & Digital Platform 

นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการมอบ รางวัลพิเศษ 17 ผลงาน แบ่งเป็น Social Impact 9 ผลงาน และ Aspiring Designer 8 ผลงาน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการออกแบบที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความสวยงามหรือรูปแบบของผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถตอบโจทย์สังคม สร้างผลกระทบเชิงบวก และเปิดพื้นที่ให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ รวมถึงผลงานที่ได้รับรางวัล Best Design จำนวน 8 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งสามารถส่งออกสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ โดยในปี 2568 สินค้าที่ได้รับรางวัล BEST DESIGN มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 121 ล้านบาท 


รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม หรือ Design Excellence Award (DEmark) จัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และก้าวสู่ปีที่ 19 ในปีนี้ รางวัล DEmark ถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพด้านการออกแบบที่ช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการของไทย พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าในตลาดสากล  

ตลอดระยะเวลา 19 ที่ผ่านมา มีผลงานที่ได้รับการประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการ รวม 1,448 ผลงาน สะท้อนพัฒนาการของงานออกแบบไทย และบทบาทของดีไซน์ ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ DEmark ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดผลงาน แต่เป็นกลไกที่ช่วยผลักดันให้นักออกแบบและผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าและบริการให้มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล 

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของรางวัล DEmark คือ ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการออกแบบของประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับความร่วมมือจาก องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ Japan Institute of Design Promotion (JDP) ซึ่งสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจาก Good Design Award หรือ G-Mark ประเทศญี่ปุ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนกระบวนการพิจารณารางวัล เพื่อยกระดับมาตรฐานของ DEmark ให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

ผลงานที่ได้รับรางวัล DEmark ยังมีโอกาสต่อยอดสู่เวที Good Design Award (G-Mark) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ช่วยเปิดโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการมองเห็นจากผู้ประกอบการ นักออกแบบ และตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น 

การเชื่อมโยงระหว่าง DEmark และ G-Mark จึงไม่ได้เป็นเพียงการส่งผลงานเข้าประกวดในต่างประเทศ แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้าง International Visibility ให้กับงานออกแบบไทย และเพิ่มโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ในตลาดโลกผลงาน ที่ได้รับรางวัล Design Excellence Award 2025 ในสาขาต่างๆ จำนวน 128 ผลงาน ใน 8 สาขารางวัล มีดังนี้ 

1. กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) จำนวน 11 ผลงาน  

2. กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) : (Gift & Decorative Items / Household Items)  จำนวน 13 ผลงาน  

3. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (Industrial & IoT)  จำนวน 16 ผลงาน  

4. กลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกาย/เครื่องประดับ และนวัตกรรมสิ่งทอ (Accessories & Wearable):จำนวน 12 ผลงาน  

5. กลุ่มผลงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging)  จำนวน 12 ผลงาน  

6. กลุ่มผลงานการออกแบบกราฟิกและการสื่อสาร (Graphic & Communication Design): จำนวน 44 ผลงาน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้  

Group A : Branding & Identity Design จำนวน 18 ผลงาน  

Group B : Typography & Editorial Design จำนวน 13 ผลงาน  

Group C : Digital & Interactive Design จำนวน 2 ผลงาน  

Group D : Illustration & Character Design จำนวน 2 ผลงาน  

Group E : Environment & Spatial Design จำนวน 9 ผลงาน  

7. กลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายในที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าพื้นที่  

   ทำงานร่วมกัน อาคารชุด (Interior Design) จำนวน 13 ผลงาน  

8. กลุ่มผลงานออกแบบระบบบริการและแพลตฟอร์มดิจิทัล (System Service & Digital Platform) จำนวน 7 ผลงาน 


DEmark 2026 ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม ผ่านรางวัลพิเศษ Social Impact จำนวน 9 ผลงาน อาทิ 1) AFTER ALTITUDE: MALAI SERIES โดยการบินไทย, 2) Digital Bus Stop โดยศูนย์ทดลองเมืองกรุงเทพมหานคร, 3) KNOT, 4) The Tests of Wisdom, 5) San-Pa-Koi City Identity & Key Visual, 6) Thai Type, 7) Chai Dai Website, 8) Bangkok Flower Market Festival: A Decade of Creative Floral District Design และ 9) Joy Ride Elderly Companion 

ขณะเดียวกัน รางวัลพิเศษ Aspiring Designer จำนวน 8 ผลงาน เปิดพื้นที่ให้กับนักออกแบบและผลงานที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ 1) RePot, 2) Yang Wong, 3) Onson Spirit, 4) Readery Brand Identity, 5) 10101 – 101 Pieces of 1 City (Bangkok Edition), 6) Everything Sampang, 7) PEACE HOUSE KOH PHIPHI และ 8) Num Eiang Astrolendar 

สำหรับ Best Design จำนวน 8 ผลงาน ได้แก่ 1) ARCHIE BED, 2) Malai Collection, 3) Widero, 4) BEWILD BH Ant Nest Bag 5) Medicated Herbal Inhaler Water Jasmine Scent – HOLEN Brand,  6) 10101 – 101 Pieces of 1 City (Bangkok Edition), 7) Siam Societiesและ 8) Spacely AI 

ผลงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี อัตลักษณ์ และความเข้าใจผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งาน คุณค่า และโอกาสทางธุรกิจ DEmark จึงไม่ใช่เพียงรางวัลด้านการออกแบบ

แต่เป็นเครื่องมือสำคัญของภาครัฐในการนำดีไซน์มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่การสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้า และบริการของไทยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ไปจนถึงการสร้างโอกาสในการขยายตลาดและเชื่อมโยงกับเวทีระดับนานาชาติ  


โครงการแสงแก้ว : เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เดินหน้าโครงการแสงแก้ว การผ่าตัดต้อกระจกเพื่อผู้สูงวัยที่ขาดแคลน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ร่วมกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ขยายโอกาสการเข้าถึงการรักษาต้อกระจกให้แก่ผู้สูงวัยและกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลนในพื้นที่ นิคมสร้างตนเอง ตั้งเป้ารักษา 75 ดวงตาในปี 2569 พร้อมสนับสนุนโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วอีก 200,000 บาท เพื่อเดินหน้าช่วยเหลือผู้สูงวัยที่ขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง


บุกจีน : กลุ่มธุรกิจ TCP ยกขบวนความสร้างสรรค์ไทยสู่แดนมังกร กับ  Very Thai Dian Feng Music Festival 2026 มหกรรมดนตรีและวัฒนธรรม ภายใต้แบรนด์ เรดบูล  ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ณ เมืองหูโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายนที่ผ่านมา ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านดนตรี ศิลปิน การแสดง อาหาร และกิจกรรมหลากหลายตลอด 2 วันเต็ม นำโดยศิลปินไทยชื่อดังอย่าง แบมแบม-กันต์พิมุกต์, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, 4EVE, NexT1DE และ น้องหมีเนย (Butterbear) ร่วมกับศิลปินจีน 

พร้อมโชว์และประสบการณ์พิเศษที่หยิบความเป็นไทยมาตีความในรูปแบบใหม่ ทั้งสนุก เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงกับผู้คนหลากหลายไลฟ์สไตล์ สะท้อนศักยภาพของคนไทยในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าจดจำบนเวทีระดับนานาชาติ ยกระดับ  Very Thai Music Festival 2026 สู่การเป็นมหกรรมที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น และเป็นที่ตั้งตารอของผู้คนในทุก ๆ ปี


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ