
น้ำมันพืชกุ๊ก เปิดโครงการยกระดับด้านสิ่งแวดล้อม โรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และความยั่งยืนในระดับชุมชน
บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์นํ้ามันพืช จำกัด ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 และองค์กร Butter Fly จัดพิธีเปิดเปิดโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า ORGANIC WASTE เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และกำจัดขยะอินทรีย์ให้กับโรงเรียน และชุมชน ณ โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย (กลิ่นอุปถัมภ์) อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
โดยภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยหนอน BSF โดยวิสาหกิจเพื่อสังคม : บริษัท แคนนาฟลาวเวอร์ จำกัด การนำเสนอแบ่งปันความรู้โครงการเรือนเรือน BSF โดยนักเรียนโรงเรือนวัดแค พร้อมเยี่ยมชมโรงเรือนหนอนแมลงวันลาย ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงการขยายพันธุ์แมลงวันลาย มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และความยั่งยืนในระดับชุมชน
นายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย น้ำมันพืชกุ๊ก หนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มพูลผล กล่าวว่า การเปิดโรงเรือนในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากเปิดโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า ORGANIC WASTE ที่เกาะสีชัง ให้เป็นศูนย์เรียนรู้และต่อยอดการสร้างอาชีพของชุมชน เมื่อปี 2566
โดยยึดกลยุทธ์ Sustainable Business Strategy ตามหลัก 4G ได้แก่ Green Corporate, Great Culture, Good Governance และ Global Sustainability โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้ Green Corporate คือการสร้างแรงบันดาลใจและปรับเปลี่ยนแนวคิดตลอดซัพพลายเชน มุ่งเน้นการคัดแยกขยะต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ และการแยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะรีไซเคิลและขยะทั่วไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและมุ่งสู่ความยั่งยืนร่วมกัน
นายเพชร หวังหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้สนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste เพื่อนำนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดการจัดการขยะอินทรีย์อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งหวังให้โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยพัฒนาชุมชน และสร้างความร่วมมือในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมระหว่างบริษัท ชุมชน และพันธมิตรจากทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการเปิดโรงเรือนฯ ณ โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย (กลิ่นอุปถัมภ์) ถือเป็นโรงเรือนแห่งที่ 4 เพิ่มเติมจากโรงเรือนทั้ง 3 แห่งก่อนหน้านี้ ได้แก่ เกาะสีชัง, โรงเรียนอนุบาลพระสมุทรเจดีย์ และโรงเรียนวัดแค ซึ่งปีนี้ บริษัทมีแผนเปลี่ยนโรงเรือนนวัตกรรมทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ให้กลายเป็น ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์ระดับชุมชน อย่างเต็มรูปแบบ
รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ บูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน พร้อมจัดกิจกรรมอบรมให้กับคนในชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและนำไปปรับใช้ ตลอดจนขยายเครือข่ายความร่วมมือ สร้างการทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษา วัด โรงพยาบาล และภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการพัฒนากระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และผลิตภัณฑ์จาก BSF ให้มีคุณภาพและปริมาณที่มากขึ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการ CSR ด้านชุมชนที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) โดยเฉพาะโครงการยกระดับด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายการสิ้นสุดการเป็นของเสีย (End of Waste) โรงเรืยนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ด้วยหนอนแมลงวันลาย BSF ซึ่งพบว่าตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อปี 2566 ที่เกาะสีชัง มีชุมชนและสถานศึกษาหลายแห่งให้ความสนใจนำแนวทางการจัดตั้งโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ไปขยายผลและต่อยอดด้วยตนเอง นับเป็นความสำเร็จของโครงการ ที่สะท้อนถึงเป้าหมายของ Green Corporate ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และความยั่งยืนในระดับชุมชนอย่างแท้จริง
"บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจหมุนเวียน ตามแนวทางความยั่งยืนของกลุ่มพูลผล พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรและชุมชนสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม"
สำหรับโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า ORGANIC WASTE เป็นการส่งเสริมการจัดการขยะอินทรีย์อย่างยั่งยืน ด้วยหนอน BSF (Black Soldier Fly) โดยนำไปเพิ่มมูลค่าเป็นปุ๋ยดินดำรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการนี้ อาทิ ปลอกดักแด้ หนอนสด และไข่หนอน ตลอดจนพัฒนาศูนย์เรียนรู้ เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยนำขยะอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยเริ่มต้นที่โรงเรียนเกาะสีชัง และขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆ
รับรางวัล : บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นองค์กรประกันภัยชั้นนำที่มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คว้า 2 รางวัลทรงเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยเกียรติยศสูงสุดที่มีการบริหารดีเด่น (Hall of Fame) ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น ประจำปี 2568ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
โดยความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของทิพยประกันภัยในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างรอบด้านทั้งการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ความมั่นคงและแข็งแกร่งทางธุรกิจ การยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการและประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล โดยได้รับเกียรติจาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังประธานในพิธี เป็นผู้มอบรางวัล และ นายชูฉัตร ประมูลผลเลขาธิการ คปภ. ร่วมแสดงความยินดี ในงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) ประจำปี 2569
สร้างพื้นที่สีเขียว : กลุ่มทิสโก้ โดย นายกำพล สุริยะไกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้ากิจการสาขา 2 พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสา (TISCO Volunteer) จากธนาคารทิสโก้ สาขาขอนแก่น และสมหวัง เงินสั่งได้ ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านหนองทิศสอน ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรม ปลูกป่าชุมชน สร้างพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน บนพื้นที่ 5 ไร่ จำนวน 1,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในระยะยาว พร้อมน้อมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปี และร่วมสืบสานแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม