รอบรั้วการตลาด : โฮมโปรบุกตลาดคนรุ่นใหม่ ลุยจัดจำหน่ายแบรนด์ SNAZZ

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รอบรั้วการตลาด : โฮมโปรบุกตลาดคนรุ่นใหม่ ลุยจัดจำหน่ายแบรนด์ SNAZZ

Date Time: 2 ก.ย. 2569 06:00 น.

Video

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72

Summary

โฮมโปรบุกตลาดคนรุ่นใหม่ ลุยจัดจำหน่ายแบรนด์ SNAZZ เสริมพอร์ตสินค้าตอบโจทย์ทุกพื้นที่ส่วนตัว ชูคอนเซ็ปต์ Color Your Life. Vibe Your Space

Latest


นางสาวเยาวรี วงศ์สรรคกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Home Textile & Lighting บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ  โฮมโปร กล่าวว่า วิสัยทัศน์การเป็น Home Lifetime Companion ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนที่เข้าใจและอยู่เคียงข้างผู้บริโภคในทุกช่วงวัย 

วันนี้เราเห็นพฤติกรรมลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป จากคำถามเดิมที่ว่า สินค้าทนไหม กลายเป็น สินค้านี้เข้ากับสไตล์ห้องหรือเปล่า การที่โฮมโปรดึงแบรนด์ SNAZZ เข้ามาจัดจำหน่ายในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดประตูให้เราเข้าถึงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Gen Z ได้อย่างตรงจุด ด้วยดีไซน์ นวัตกรรม และระดับราคาที่คุ้มค่า จับต้องได้จริง 


 แบรนด์ SNAZZ ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าเครื่องนอน ที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิด ทุกพื้นที่เล็กๆ มีสไตล์ของตัวเองได้ เน้นความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้งานนำไอเทมต่างๆ เช่น เบาะนั่ง เก้าอี้ พรม แผ่นรองโต๊ะทำงาน และของแต่งบ้าน มา Mix & Match ให้เข้ากับ Mood & Moment ของตัวเองได้อย่างอิสระ ในราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ

โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ SNAZZ Bed in a Box (ที่นอนกล่องสูญญากาศ) ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและคนอยู่คอนโดโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีอัดสูญญากาศบรรจุลงกล่อง ทำให้การขนย้าย ย้ายหอ หรือยกขึ้นชั้นสูงเป็นเรื่องง่าย ผสานระบบ Pocket Spring ที่รองรับสรีระ แยกการสั่นสะเทือนขณะพลิกตัว และช่วยลดการสะสมของไรฝุ่น เปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการพักผ่อนให้เป็นเรื่องง่ายที่ใครก็ทำได้ด้วยตัวเอง

"เราตั้งใจให้ SNAZZ เป็นตัวแทนของการสร้างพื้นที่ความสุขที่ไม่ต้องรอโอกาส ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างห้องใหม่ และได้สินค้าที่คุ้มค่าจับต้องได้ แค่เริ่มต้นเปลี่ยนจากที่นอนกล่องสูญญากาศ หรือเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ เข้ามาเติมเต็ม ก็สามารถเปลี่ยนมู้ดของห้องให้กลายเป็นพื้นที่ Everyday Recharge ได้แล้ว"


ข้าวมันไก่ทอด ร้านลุงเคเอฟซี : KFC ประเทศไทย ตอบรับคำเรียกร้องของแฟนๆ หยิบความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานกว่าสี่ทศวรรษมาเสิร์ฟเป็น  ข้าวมันไก่ทอด ร้านลุงเคเอฟซี เมนูที่ไม่ได้เกิดจากการเอาข้าวมันไก่ต้มมาเปลี่ยนไก่ แต่เริ่มต้นจากสิ่งที่ KFC ถนัดที่สุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 59 บาท 

พร้อมให้ทุกคนมาพิสูจน์ความอร่อยจากตัวพ่อเรื่องทอดไก่กันอีกครั้งที่ร้านลุงเคเอฟซีทุกสาขาทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ), เว็บไซต์ KFC, KFC App และแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ ใครเคยติดใจเมนูนี้ และเรียกร้องให้กลับมา สามารถมาเติมความอร่อยครบรสได้ยาวๆ เพราะรอบนี้ KFC จัดเสิร์ฟยาวถึง 6 เดือนเต็ม ถึง 24 กุมภาพันธ์ 2570


Fleen Beauty โตแรง : ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อินโนฟีน่า จำกัด กล่าววา ช่วงแรกของการทำธุรกิจเจอความท้าทายหลายอย่าง แทบจะไม่มีพนักงานอยู่ในองค์กรเหลืออยู่เพียง 4 คนเท่านั้น ต้องเข้าไปวางระบบใหม่ทั้งหมด แต่เพราะความเชื่อว่า แบรนด์มีความแข็งแกร่ง มีศักยภาพมากพอที่จะโตต่อได้ 

จึงใช้เวลาไปกับการเฟ้นหาบุคลากรที่เหมาะสม วางระบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร คลังสินค้า ปรับแพ็กเกจจิ้ง เปลี่ยนซัพพลายเออร์ ที่สำคัญที่สุด คือการวางแผนบริหารจัดการซัพพลายเชนเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขายเมื่อสินค้าขาดสต๊อก ต้องสร้างสมดุลระหว่างระบบที่แข็งแรงและยอดขายให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน      

หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง Fleen Beauty มีการเติบโตก้าวกระโดด เกินเท่าตัว จากยอดขาย 47 ล้านบาทในปี 2567 ขยับขึ้นมาเป็น 96 ล้านบาท ในปี 2568 โดย Fleen Beauty โตจากการซื้อซ้ำและบอกต่อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจเครื่องสำอางที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว รวมถึงการพัฒนาสินค้าอย่างไม่หยุดยั้งกับทุกโปรดักต์เพื่อการขายในระยะยาว เพราะต้องการให้ลูกค้าที่ชื่นชอบกลับมาซื้อซ้ำได้เรื่อยๆ         

"ทุกองค์ประกอบต้องเดินไปพร้อมกัน ไม่มีส่วนใดที่สามารถลดความสำคัญลงได้ เพราะในสถานการณ์ที่ทุกแบรนด์ต้องการเติบโต เราไม่สามารถปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแรงได้ ในช่วงที่ผ่านมา Fleen Beauty กลับมาให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์รวมถึงการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาเพิ่ม Travel Size เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อขนาดจริง"


        

สำหรับจุดแข็งที่ทำให้ผู้บริโภคยังเลือก Fleen Beauty แม้มีแบรนด์เครื่องสำอางเต็มท้องตลาด แต่แบรนด์มองหานวัตกรรมใหม่ๆและเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เน้นเจาะไปที่กลุ่มที่อยากแต่งหน้าแต่มีผิวบอบบาง หรือแพ้ง่าย ไม่ได้เป็นเพียงเมคอัพที่ให้ความสวยเท่านั้น แต่ยังดึงความสวยตามธรรมชาติของผิวให้ออกมาดีที่สุด ให้คุณประโยชน์มากกว่าทำให้สวยขึ้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงนี้เป็นรากฐานแนวคิดการทำแบรนด์จนนำไปสู่โปรดักต์ขายดีที่มีคุณสมบัติทั้งสวยและบำรุงไปพร้อมๆ กัน          

ยกตัวอย่าง เช่น Fleen Tone-up Serumซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินค้าหลักของแบรนด์ ได้ออก Travel Size ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก ช่วยให้ลูกค้าเปิดใจลองก่อนตัดสินใจซื้อขนาดจริง ปัจจุบันสินค้ากลุ่ม Tone-up และกลุ่ม orrectorยังครองยอดขายสูงสุด ทำเงินให้กับแบรนด์สัดส่วน 80% 

ขณะที่ Skin Tint สินค้าออกใหม่เติบโตต่อเนื่องตามมาติดๆ และคาดว่า จะเป็นHero Product ตัวถัดไป โดยที่ Fleen Beauty เป็นหนึ่งในแบรนด์ T-Beauty หรือแบรนด์ความงามไทยกลุ่มแรกๆ ที่พัฒนาสินค้าชนิดนี้ขึ้นมา สร้างยอดขาย 10,000 ชิ้นได้ภายในเดือนแรกที่เปิดตัว         

ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจุบัน Fleen Beauty มองว่า การเข้าไปอยู่ในร้านค้าปลีกมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิด Brand Recognition ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้มากขึ้น การได้มองเห็นสินค้าจากหลายๆ ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่าย 

โดยปัจจุบันสัดส่วนการขายฝั่งออนไลน์สูงถึง 97% ออฟไลน์ 3% ส่วนในปี 2569 นี้ คาดว่า สัดส่วนออนไลน์จะอยู่ที่ 83% ออฟไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 17% มีวางจำหน่ายแล้วใน EVEANDBOY 85 สาขา, Watsons 200 สาขา, Beautrium 9 สาขา, Multy 10 สาขา และ Konvy 5 สาขา         

เราจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน KOLs ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเล่าเรื่องและสื่อสารแบรนด์ เราจึงเลือกทำงานกับ KOLs ที่มีความชอบและเข้าใจในแบรนด์จริงๆ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดตัวตนของ Fleen Beauty ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน TikTok Live เป็นช่องทางที่เราได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าโดยตรง ลูกค้าสามารถพูดคุยและสะท้อนความคิดเห็นได้แบบ Real-time โดยแบรนด์ได้นำฟีดแบ็กเหล่านั้นไปปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว         

จากการเติบโตของตลาด T-Beauty และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับแบรนด์ความงามไทยมากขึ้น Fleen Beauty จึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายช่องทางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง ส่วนในปี 2569 นี้ Fleen Beauty ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ ‘120 ล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าใหม่ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันตัวเลข ณ เดือนสิงหาคม 2569 แบรนด์ทำรายได้ไป 76 ล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่า เป้าหมายใหญ่ที่มีในปีนี้คงไม่ไกลเกินไปนัก เพราะยอดขายปัจจุบันก็มาถึงครึ่งทางกันแล้ว


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ