
บางธุรกิจเริ่มต้นจาก Business Plan แผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด จากนักบริหารมืออาชีพ ขณะที่บางแบรนด์เกิดจากการมองเห็นช่องว่างในตลาด แต่ PENNII Premium Popcorn เริ่มจากเหตุผลง่ายที่สุดของคนเป็นแม่ คืออยากทำขนมดีๆอร่อยๆให้ลูกและคนในครอบครัวได้ทาน จากป๊อปคอร์นที่ทำให้คนที่รักรอบตัว กลายเป็นสินค้าที่คนได้กิน ตามกลับมาถามหาซื้อ นำพา คุณ “หญิง–พรพิมล ปักเข็ม” เดินเข้าสู่เส้นทางธุรกิจขนมขบเคี้ยว ด้วยแนวคิดไม่แข่งด้วยราคา แต่สร้างคุณค่าจากวัตถุดิบคุณภาพและความใส่ใจในสุขภาพ
“คุณหญิง” ไม่เคยคิดว่าป๊อปคอร์นที่เธอทำขึ้นในครัวเพื่อให้ลูกและคนในครอบครัวทานเล่น จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่พาเธอไปไกลถึงฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ดูไบ เพราะก่อนหน้าจะมีชื่อของ PENNII Premium Popcorn เธอมีธุรกิจหลัก คือสถาบันกวดวิชา Match House Learning Center ซึ่งทำมานานกว่า 20 ปี ขณะที่การทำอาหารและขนมเป็นความชอบส่วนตัว และความใส่ใจในสุขภาพของคนในบ้าน เมื่อมีเวลาว่างเธอจึงไปเรียนทำขนมจากสถาบันสอนทำอาหารชื่อดัง และกลับมาทำขนมแจกให้เพื่อนๆ ญาติ และคนรอบตัวได้ชิม
หนึ่งในนั้นคือ “ป๊อปคอร์น” โดยสิ่งที่เปลี่ยนขนมในครัวให้กลายเป็นธุรกิจ เกิดขึ้นหลังจาก “ผู้ได้รับ” ชื่นชอบในรสชาติและคุณภาพ และอยากซื้อไปฝากหรือแจกให้กับคนอื่นต่อ จึงขอให้คุณหญิงผลิตเพิ่ม จนทำให้มีผู้ติดใจในรสชาติและคุณภาพขยายวงกว้าง เมื่อมีคนถามหาซื้อมากขึ้น “คุณหญิง” จึงตัดสินใจเปิดรับพรีออเดอร์ผ่าน Facebook เมื่อปลายปี 2018 หรือปี 2561 โดยทำเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ผลิต ดูแลเพจ รับคำสั่งซื้อ โดย PENNII มีที่มาจากการผสมชื่อของลูกชาย-หญิง ถือเป็นสารตั้งต้นที่มาจาก “ความรักลูก” โดยแท้
สิ่งที่เธอวางไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คือ PENNII จะไม่เป็นป๊อปคอร์นที่ลงไปแข่งในตลาดด้วย “ราคา” เพราะต้องการขายป๊อปคอร์นเพื่อสุขภาพ ใช้วัตถุดิบพรีเมียม น้ำมันเมล็ดชา หรือ Camellia Tea Seed Oil ใช้เนยนำเข้าจากฝรั่งเศส วานิลลามาดากัสการ์ และช็อกโกแลตแท้จากเบลเยียม ส่วนตัวข้าวโพดเธอลงทุนซื้อเครื่องผลิตที่ใช้กระบวนการ Air- Popped แทนการทอดน้ำมันหรือเคลือบน้ำมันปาล์มซึ่งต่างจากแบรนด์อื่น
แนวคิด “คุณหญิง” ไม่จำเป็นต้องทำป๊อปคอร์นให้ “หวานที่สุด” หรือ “รสเข้มที่สุด” แต่ต้องการป๊อปคอร์น “หวานน้อย” อร่อยและทานได้บ่อยๆโดยไม่รู้สึกผิด จากโจทย์นี้ทำให้ Positioning ของ PENNII ชัดเจนขึ้นในการเป็น Premium Healthy Popcorn ที่ความ “Premium” คือต้องอร่อย ต้องมีความพิเศษ ส่วน “Healthy” คือขนมที่คำนึงถึงสุขภาพ ลดความรู้สึกผิดของการกินขนมขบเคี้ยว
ผลตอบรับจึงดีเกินคาด หลังขายผ่านออนไลน์ได้ 6 เดือน PENNII ก็ได้โอกาสเข้าสู่ศูนย์การค้าระดับพรีเมียม ทั้งสยามพารากอนและเอ็มควอเทียร์ ทำให้เข้าถึงลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย ธุรกิจจึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปีแรกทำยอดขายได้ถึง 8 ล้านบาท จากนั้นได้เข้าสู่ช่องทางขายทั้ง King Power สนามบิน จนกระทั่งโควิด-19 มาถึง ฐานลูกค้าต่างชาติที่กำลังเติบโตจึงหายไปในทันที
ใน “ช่วงเวลาที่ธุรกิจไปต่อยาก” แทนที่จะหยุดหรือหมดกำลังใจ “คุณหญิง” เลือก “สร้างฐาน” โดยเอาเวลาไปพัฒนาสินค้า พา PENNII ขยับจากคำว่า “Healthy Snack” โดยร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาป๊อปคอร์นผสมโปรไบโอติก เพิ่มคุณค่า จนได้รางวัลเหรียญทองด้านนวัตกรรมอาหารจากอังกฤษ เธอว่า “ไม่ใช่แค่การสร้างรสชาติใหม่ ที่มี “ความอร่อย” แต่มี Function อื่นที่สร้างคุณค่าด้านสุขภาพให้ผู้บริโภค” ทำให้ PENNII ขยับจากธุรกิจ Popcorn ไปสู่ Functional Snack
นอกจากนี้เธอยังจับ “ความเป็นไทย” เป็นประตูพาแบรนด์ออกต่างประเทศ ด้วยรสชาติทุเรียนหมอนทอง ต้มยำกุ้ง และยัง collaboration กับแบรนด์ชาชื่อดัง KARUN ทำรสชาไทย ทำให้วันนี้ PENNII มีตัวแทนจำหน่ายในฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และดูไบ หลังเดินสายร่วมงานแสดงสินค้าในฮ่องกง สิงคโปร์ จีน และดูไบ และที่ทำให้มั่นใจว่า “รสชาติไทย” ไปได้ไกล คือการตอบรับของป๊อปคอร์นรสชาไทยในฮ่องกง ที่ขายหมดก่อนงานแสดงสินค้าจะสิ้นสุด ขณะที่ทุเรียนได้รับความสนใจล้นหลาม เป้าหมายถัดไปคือการขยายไปยังจีน ซาอุดีอาระเบีย ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี เธออยากเห็นป๊อปคอร์น PENNII เป็นขนมทานเล่น “แบรนด์ไทย” ที่วางอยู่บน SHELF เดียวกับขนมแบรนด์ดังจากประเทศอื่นที่วางขายทั่วโลก และทำให้ผู้บริโภคต่างชาติรู้ว่าแบรนด์ไทยมีคุณภาพดีในระดับสากล
“คุณหญิง” เล่าว่า อีกหนึ่งบทเรียนของโควิด คือธุรกิจไม่ควรพึ่งรายได้เพียงช่องทางเดียว PENNII จึงขยายโมเดลไปสู่ OEM และ ODM รับผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับองค์กร รวมถึงการ Collaboration กับแบรนด์และโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อวางขายให้ลูกค้าพันธมิตร ที่ล้วนเป็นกลุ่มไฮเอนด์ที่ต้องการความพิเศษ
อีกสิ่งที่สะท้อนวิธีคิดของ “คุณหญิง” คือแม้ PENNII จะเริ่มจากธุรกิจเล็ก แต่เธอเลือกจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่เริ่มต้น จดเครื่องหมายการค้า มีมาตรฐานการผลิตและทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมร่วมกับภาครัฐพัฒนาธุรกิจและสินค้า เพราะเธอต้องการสร้างฐานรากธุรกิจที่แข็งแรง โดยเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการขายออนไลน์หรือขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ต้องการบุกไปวางขายในตลาดต่างประเทศ!!
แม้วันนี้ PENNII พรีเมียมป๊อปคอร์น จะเดินทางมากว่า 7 ปีแล้วซึ่ง “คุณหญิง” มองว่า PENNII เพิ่งเริ่มต้นการเดินทาง เพราะหลังโควิด เธอเพิ่งกลับมาทำการตลาดจริงจัง เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการร่วมกับบัตรเครดิต KTC ในการทำโปรโมชันรับส่วนลดเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร KTC
เธอมั่นใจว่า PENNII เป็นแบรนด์ที่มีฐานมั่นคงและยั่งยืนขึ้นเรื่อยๆ จากยอดขายที่เข้ามาสม่ำเสมอ รอการเติบโตก้าวกระโดด โดยเธอตั้งเป้าผลักดันให้ยอดขายต่อปีเพิ่มขึ้นเป็นหลัก 100 ล้านให้ได้ใน 5 ปีข้างหน้า!! ในกลุ่มคนชอบกินขนมขบเคี้ยวแต่ยังรักสุขภาพ กินโดยไม่รู้สึกผิด โดยตลาดใหญ่คือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาดในต่างประเทศ
เธอบอกว่า เป้าหมายอาจไม่ใช่การขายป๊อปคอร์นให้ได้ 100 ล้าน เมื่อแบรนด์แข็งแรงพอ สินค้าที่อยู่ใต้ชื่อ PENNII อาจไม่ได้มีแค่ป๊อปคอร์น แต่ต้องการให้คำว่า PENNII เป็นขนมขบเคี้ยวแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพ มีความใส่ใจในสุขภาพ ไม่ว่าจะขยายไปสู่สินค้าอะไร อยากเห็นคนทั่วโลกหยิบสินค้าขึ้นมา เพราะเห็นคำว่า PENNII แล้วเชื่อว่า “จะเป็นของดี มีคุณภาพ และเป็นขนมที่ใส่ใจสุขภาพผู้บริโภค”
นี่คือสิ่งที่สะท้อนความแตกต่างของการคิดแบบ “คนขายสินค้า” กับ “คนสร้างแบรนด์”!! ที่ต้องการยืนอยู่ในตลาดโลกด้วยคุณภาพของตัวเอง สิ่งที่ “คุณหญิง” กำลังขาย อาจไม่ใช่เพียงข้าวโพดที่แตกตัวอยู่ในถุงแต่คือ “ความเชื่อมั่น” ที่เธอต้องการใส่ลงไปในคำว่า PENNII หากทำสำเร็จ...จากขนมหนึ่งถุง สู่ธุรกิจที่ไม่ได้เกิดจากความฝัน แต่เริ่มจากความรักของคนเป็นแม่ ที่อยากให้ลูกกินของดี กลายเป็นของขบเคี้ยวแบรนด์ไทยที่คนทั้งโลกอยากหยิบกลับบ้าน!! เรามาเป็นกำลังใจให้เธอกัน.
เลดี้แจน
คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม