ซีพีแรม รุกอาหารพร้อมรับประทาน 3.62 หมื่นล้าน ส่ง “มังกรหยก” ชิงตลาดติ่มซำ

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ซีพีแรม รุกอาหารพร้อมรับประทาน 3.62 หมื่นล้าน ส่ง “มังกรหยก” ชิงตลาดติ่มซำ

Date Time: 26 ส.ค. 2569 06:59 น.

Video

ยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูง แล้วเราจะเอาแรงที่ไหนไปอินเรื่อง "รักษ์โลก"? | Money Issue EP.69

Summary

ตลาด RTE ไทย 3.62 หมื่นล้านยังโต 3-4% ซีพีแรมชี้ผู้บริโภคเน้นอิ่ม-คุ้ม-สะดวกท่ามกลางกำลังซื้อเปราะบางเดินหน้ารุกติ่มซำ 7,200 ล้านปัดฝุ่นแบรนด์มังกรหยกเจาะตลาดแมสตั้งเป้าเพิ่มแชร์ 1%

  • ซีพีแรม เผยตลาดอาหารพร้อมรับประทานไทย 3.62 หมื่นล้านโตเฉลี่ย 3-4% ต่อปี
  • ผู้บริโภคเน้นอิ่ม-คุ้ม-สะดวกท่ามกลางกำลังซื้อ และค่าครองชีพเปราะบาง
  • เร่งคุมต้นทุน รับแรงกดดันน้ำมันปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ พร้อมรักษาราคาและคุณภาพ
  • ติ่มซำไทย 7,200 ล้าน ซีพีแรมยอดขาย 2,500 ล้านครองส่วนแบ่ง 34.7%
  • ปัดฝุ่นแบรนด์มังกรหยก เจาะตลาดแมส ราคาเริ่ม 95 บาทชูรสชาติที่คุ้นเคย
  • 5 เมนูแรกซาลาเปาหมูสับ-หมูแดง-ครีมและขนมจีบกุ้ง-หมู วางขายโลตัสและออนไลน์
  • ส่วนเจดดราก้อนลุยพรีเมียมแยกบทบาท 2 แบรนด์ครอบคลุมตลาด ตั้งแต่แมสถึงพรีเมียม
  • ตั้งเป้ามังกรหยกขึ้นอันดับ 1 เพิ่มส่วนแบ่งจากพอร์ตเดิม 1% ใน 4 เดือนสุดท้ายปีนี้
  • ดันยอดขายช่วงเทศกาลสารทจีนเติบโต 10-20%


Latest


นางสาวนันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat : RTE) ประเทศไทยในปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 36,200 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3-4% ต่อปี โดย “ข้าวกล่องแดง” ที่จำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นหมวดหลักของตลาด สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนทำงานและประชากรในเมืองที่ต้องการอาหารที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถเก็บรักษาได้นาน ขณะที่ซีพีแรมมีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง วันละ 1-2 รายการ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็ว


อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาด RTE ไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องความสะดวก แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความอิ่มและความคุ้มค่ามากขึ้น หลังค่าครองชีพและราคาอาหารทั่วไปปรับตัวสูงขึ้น ทำให้อาหารพร้อมรับประทานต้องแข่งขันกับอาหารทางเลือกอื่นในเรื่องปริมาณและราคาด้วย


“วันนี้ต้องดูว่ากินให้อิ่มเท่าไร ร้านข้าวแกง 2 อย่างอยู่ประมาณ 50-60 บาท ผู้บริโภคจึงมองเรื่องความคุ้มค่ามากขึ้น” นางสาวนันทณัฐกล่าว


พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคไม่ได้เลือกอาหารจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาว่าเงินที่จ่ายไปได้รับความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในภาวะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคยังต้องการความสะดวกในการรับประทานอาหาร ทำให้ตลาดอาหารพร้อมรับประทานยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง


คุมต้นทุนการผลิตตรึงราคา


ด้านต้นทุน ซีพีแรมยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมัน ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนการผลิตและการกระจายสินค้า บริษัทจึงเน้นเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและบริหารต้นทุน เพื่อรักษาระดับราคาให้อยู่ในจุดที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ โดยไม่ลดคุณภาพสินค้า


ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับแนวทาง Food 3S ได้แก่ Food Safety ความปลอดภัยทางอาหาร, Food Security ความมั่นคงทางอาหาร, และ Food Sustainability ความยั่งยืนทางอาหาร เป็นกรอบในการพัฒนาธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน


จากฐานธุรกิจ RTE ซีพีแรมยังมองหาโอกาสขยายไปยังเซกเมนต์อาหารที่มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ โดยเฉพาะตลาดติ่มซำที่มีมูลค่าประมาณ 7,200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมียอดขายติ่มซำพร้อมรับประทานประมาณ 2,500 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดราว 34.7% และเป็นผู้นำตลาด


เปิดเกมแมสตลาดติ่มซำ 7,200 ล้าน


การมีฐานตลาดดังกล่าวทำให้ซีพีแรมเลือกขยายเกมด้วยการนำ “มังกรหยก” ซึ่งเป็นแบรนด์ในตำนานมาทำตลาดและเปิดตัว ในเดือน ส.ค.2569 เพื่อเจาะตลาดอาหารจีนและติ่มซำกลุ่มแมส โดยวางราคาเริ่มต้นประมาณ 95 บาท เน้นรสชาติที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ราคาเข้าถึงง่าย และความสะดวกในการรับประทาน


บริษัทวางตำแหน่งแบรนด์ภายใต้แนวคิด “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน” และนำแนวคิด “กตัญญู” จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนมาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารแบรนด์ เพื่อขยายการบริโภคอาหารจีนจากเมนูที่มักเชื่อมโยงกับเทศกาล ไปสู่มื้ออาหารในชีวิตประจำวัน


มังกรหยกประเดิม 5 เมนู ได้แก่ ซาลาเปาหมูสับ ซาลาเปาหมูแดง ซาลาเปาครีม ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู วางจำหน่ายผ่านโลตัสและช่องทางออนไลน์ โดยเน้นตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการอาหารจีนที่รับประทานง่ายและไม่ต้องใช้เวลาในการเตรียมอาหารมาก


ซีพีแรมตั้งเป้ายอดขายของมังกรหยกในช่วงเทศกาลสารทจีนปีนี้เติบโต 10-20% พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสการรับประทานอาหารจีนในชีวิตประจำวัน


ดันอาหารจีนพ้นเทศกาล สู่มื้อประจำวัน


การรุกตลาดของซีพีแรมเกิดขึ้นในจังหวะที่พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น โดยนอกจากติ่มซำที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องแล้ว เมนูอย่าง หมาล่า ฮอตพอต และอาหารสไตล์จีน ยังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทั้งผ่านร้านอาหาร แพลตฟอร์มเดลิเวอรี ศูนย์การค้า และร้านสะดวกซื้อ


ขณะเดียวกัน ไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนประมาณ 10 ล้านคน หรือ 14% ของประชากร ทำให้อาหารจีนมีฐานผู้บริโภคที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและรสชาติอยู่แล้ว ส่วนผู้บริโภคกลุ่มใหม่ก็เปิดรับอาหารจีนในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น


ซีพีแรมจึงนำจุดแข็งด้านรสชาติที่คุ้นเคยและรูปแบบอาหารจีนมาพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับตลาดอาหารพร้อมรับประทาน โดยต้องการขยับภาพอาหารจีนจากการรับประทานในช่วงเทศกาลไปสู่การเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของมื้ออาหารประจำวัน


แบ่ง 2 แบรนด์ชัด แมส-พรีเมียม


สำหรับโครงสร้างตลาด ซีพีแรมวาง “มังกรหยก” เป็นแบรนด์สำหรับตลาดแมส ขณะที่ “เจด ดราก้อน” ยังคงทำตลาดระดับพรีเมียม เพื่อให้ 2 แบรนด์มีบทบาทแตกต่างกันและสามารถครอบคลุมผู้บริโภคหลายระดับกำลังซื้อ ตั้งแต่กลุ่มที่ต้องการอาหารจีนราคาเข้าถึงง่าย ไปจนถึงกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์การรับประทาน


การแยกเซกเมนต์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์รับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งในตลาดอาหารพร้อมรับประทานและธุรกิจร้านอาหาร โดยบริษัทต้องการให้มีสินค้าและแบรนด์รองรับความต้องการที่แตกต่างกัน แทนการใช้แบรนด์เดียวครอบคลุมทุกระดับตลาด


ในระยะยาว ซีพีแรมตั้งเป้าให้ “มังกรหยก” เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคเมื่อนึกถึงอาหารจีน โดยในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 บริษัทคาดหวังให้แบรนด์สร้างส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 1% จากพอร์ตเดิม ก่อนเดินหน้าขยายตลาดต่อเนื่องในปีถัดไป


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ