
ซันโทรี่ จับมืออินโดรามาเวนเจอร์ส และอิวาตานิ เดินหน้าเทคโนโลยี FtoP ในไทย เริ่มผลิตพรีฟอร์มปี 2571 กำลังผลิต 400 ล้านชิ้นต่อปีลด CO2 ราว 70% พร้อมปูทางไทยสู่ฐานผลิตบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของอาเซียน
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทางบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมกับซันโทรี่ กรุ๊ป และอิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าใช้เทคโนโลยี Flake-to-Preform (FtoP) Direct Recycling ผลิตพรีฟอร์มจากเกล็ดพลาสติก PET รีไซเคิลโดยตรงในประเทศไทย คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2571 เพื่อรองรับการผลิตขวด PET รีไซเคิล 100%
โครงการดังกล่าวดำเนินการผ่าน บริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือน ก.ค.2569 คาดมีกำลังผลิตพรีฟอร์มประมาณ 400 ล้านชิ้นต่อปี โดยซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) มีแผนรับซื้อพรีฟอร์มไปผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มในไทยตั้งแต่ปี 2571
นายอาลก กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้การผลิต PET แบบหมุนเวียนในระดับพาณิชย์เกิดขึ้นจริงในไทย และเพิ่มศักยภาพประเทศในการเป็นฐานผลิตบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของภูมิภาค
เทคโนโลยี FtoP ช่วยลดขั้นตอนจากกระบวนการรีไซเคิลแบบเดิม โดยนำ PET flakes ที่ผ่านการคัดแยกและกำจัดสิ่งปนเปื้อนมาผลิตเป็นพรีฟอร์มโดยตรง ซันโทรี่ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดการปล่อย CO2 จากกระบวนการผลิตได้ราว 70% เมื่อเทียบกับการผลิตขวดพลาสติกใหม่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล และการใช้เชิงพาณิชย์ในไทยจะเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายเคนจิ โมโตโอริ ผู้อำนวยการ กรรมการบริหารอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจวัสดุ บริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า อิวาตานิจะสนับสนุนการจัดหาพรีฟอร์มจากพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทย
ด้าน นายจุน อาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า การนำ FtoP มาใช้ในไทยเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายซันโทรี่ กรุ๊ป ที่ต้องการให้ขวด PET ที่ใช้ทั่วโลกผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพทั้งหมดภายในปี 2573 พร้อมยกเลิกการใช้พลาสติกใหม่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล
ซันโทรี่เตรียมเดินหน้าศึกษาการขยายเทคโนโลยี FtoP ไปยังประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังเริ่มโครงการในไทยปี 2571