
SUPER เปิดตัว SUPER rOS ระบบปฏิบัติการร้านอาหาร ชู 8 ฟีเจอร์ ปิดรอยรั่ว-คุมต้นทุนแบบองค์กรใหญ่
นายจิตตวัฒน์ จิตสำรวย ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ซูเปอร์ โคโค่นัท จำกัด หรือ SUPER Coconut กล่าว่า เราได้เปิดตัว SUPER rOS หรือ SUPER restaurantOS ระบบปฏิบัติการสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการบริหารงานหลังบ้านแบบแยกส่วน พร้อมช่วยผู้ประกอบการควบคุมต้นทุน อุดรอยรั่ว และวางระบบธุรกิจให้สามารถขยายกิจการได้อย่างเป็นขั้นตอน
โดยปัญหาที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของร้านอาหารไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากต้นทุนวัตถุดิบหรือการทำงานภายในครัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบหลังบ้านที่กระจัดกระจาย ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องใช้ซอฟต์แวร์หลายระบบ ตั้งแต่ระบบขายหน้าร้าน หรือ POS ระบบจัดการสต็อก ระบบสมาชิก ระบบบริหารพนักงาน ไปจนถึงระบบบัญชี
เมื่อแต่ละระบบไม่เชื่อมโยงกัน จึงอาจทำให้เกิดการบันทึกข้อมูลซ้ำ เพิ่มภาระให้พนักงาน เสียเวลาในการรวบรวมข้อมูล รวมถึงทำให้เจ้าของร้านไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจและนำข้อมูลมาใช้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว SUPER rOS จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด SaaB หรือ Software as a Business ซึ่งต่อยอดจากรูปแบบ SaaS หรือ Software as a Service โดยวางหลักคิดว่าร้านอาหาร 1 ร้าน คือ 1 องค์กรธุรกิจ
ระบบดังกล่าวจึงรวบรวมเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับบริหารร้านอาหารไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงหลังบ้าน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ซอฟต์แวร์หลายชุด ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และเปิดทางให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลกำไรได้มากขึ้น
นายจิตตวัฒน์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาซอฟต์แวร์ร้านอาหารเปรียบได้กับการทำอาหาร ซึ่งทุกคนต่างต้องการทำอาหารให้อร่อย เช่นเดียวกับ SUPER ที่ต้องการสร้างซอฟต์แวร์ร้านอาหารให้ดีที่สุด
"เวลาเราทำอาหาร เราก็อยากทำอาหารที่อร่อย ถ้าไม่อร่อยเราก็คงไม่อยากขาย เช่นเดียวกัน วันนี้เรามาทำซอฟต์แวร์ร้านอาหาร เราก็อยากทำซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด"
SUPER rOS พัฒนาขึ้นจากการรวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานจริงมากกว่า 1,505 กรณีศึกษา ครอบคลุมปัญหาตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การจัดการวัตถุดิบ การดูแลสมาชิก การบริหารพนักงาน ตลอดจนการติดตามรายได้ ต้นทุน และผลกำไร เป้าหมายสำคัญคือการสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย และแก้ปัญหาได้ถึง บรรทัดสุดท้าย หรือ Bottom Line ซึ่งสะท้อนผลกำไรที่แท้จริงของธุรกิจ
สำหรับ SUPER rOS ประกอบด้วย 8 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่
1. ระบบจัดการการขาย POS และ QR Ordering รองรับการขายหลายรูปแบบ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่านคิวอาร์โค้ด ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลารอรับบริการ รวมถึงเพิ่มอัตราการหมุนเวียนโต๊ะในช่วงเวลาเร่งด่วน
2. ระบบจัดการสินค้าคงคลังและ Master Data มาพร้อมฐานข้อมูลวัตถุดิบมากกว่า 30,000 รายการ เพื่อช่วยคำนวณต้นทุนขาย หรือ COGS พร้อมเทคโนโลยี OCR ที่สามารถอ่านข้อความจากภาพเมนูหรือไฟล์ PDF และนำมาสร้างข้อมูลเมนู หมวดหมู่ และราคาได้
3. ระบบสมาชิก CRM Loyalty และ CDP จัดเก็บและบริหารข้อมูลลูกค้า แบ่งกลุ่มสมาชิก วิเคราะห์พฤติกรรม และตั้งค่าการส่งข้อความการตลาดผ่าน LINE เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ
4. Dashboard และ SUPER AI แสดงข้อมูลยอดขายและประมาณการกำไร-ขาดทุนแบบเรียลไทม์ พร้อมผู้ช่วย AI ชื่อ “น้องสุดยอด” ที่นำข้อมูลของร้านมาวิเคราะห์ เพื่อช่วยผู้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ
5. ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HRM ครอบคลุมการจัดกะทำงาน การบริหารบุคลากร และการคำนวณเงินเดือนอัตโนมัติ เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนแรงงาน
6. ระบบบัญชีส่วนกลาง รวบรวมข้อมูลทางการเงินจากทุกสาขา และจัดทำงบการเงิน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายกิจการ
7. ระบบ Web Owner ศูนย์กลางบริหารงานหลังบ้าน ซึ่งสามารถจัดการบัญชี สต็อก และพนักงานจากระบบเดียว
8. ระบบ Mobile First เปิดให้ผู้บริหารติดตามยอดขายและเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ผ่านสมาร์ตโฟนได้จากทุกที่
นอกจากระบบเทคโนโลยี SUPER ยังชูจุดขายด้านบริการหลังการขาย โดยระบุว่า ทีม Customer Success จะตอบกลับลูกค้าภายใน 1 นาที เพื่อช่วยแก้ปัญหาและลดโอกาสที่การดำเนินงานหน้าร้านจะหยุดชะงักจนกระทบต่อยอดขาย ขณะเดียวกัน บริษัทยังเตรียมต่อยอดระบบนิเวศสำหรับธุรกิจร้านอาหารผ่านบริการ SUPER Train, SUPER Supp และ SUPER Mart เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในด้านต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น
การเปิดตัว SUPER rOS ครั้งนี้สะท้อนความพยายามนำเทคโนโลยีมาจัดระเบียบธุรกิจร้านอาหาร ตั้งแต่หน้าร้าน หลังบ้าน ไปจนถึงข้อมูลทางการเงิน โดยมีเป้าหมายช่วยให้ร้านอาหารรายย่อยสามารถบริหารงานด้วยระบบและข้อมูลในระดับเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตและขยายสาขาในอนาคต
พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ : ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิพยประกันภัยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว สะดวกและสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของทั้งสององค์กรเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยผ่านเครือข่ายบริการ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัลที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการในอนาคต
โดยความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 10 ปีสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาบริการเพื่อประโยชน์ของประชาชน การยกระดับสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการร่วมสร้างบริการและโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคมดิจิทัล สนับสนุนการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง
ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยต่อยอดจุดแข็งของเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
ผสานกับเทคโนโลยีและความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญความร่วมมือกับทิพยประกันภัยในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการ ด้านประกันภัยและบริการภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพทั้งผ่านที่ทำการไปรษณีย์และช่องทางดิจิทัล
"ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาทั้งสององค์กรได้ร่วมกันพัฒนาบริการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับชำระเบี้ยประกันภัยการให้บริการผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ และการขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยการยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในอนาคต และสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลของประเทศ"
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนาระบบรองรับการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ การพัฒนาระบบบริการประกันภัยประเภทต่าง ๆ การขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทยตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโซลูชันและบริการใหม่ ๆ โดยอาศัยศักยภาพและความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรเพื่อสร้างบริการที่สะดวก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน