
TCP เผยความสัมพันธ์กับจีนยาวนานกว่า 33 ปีโดยเฉลียวอยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งบุกเบิกลงทุนเปิดโรงงานผลิตเครื่องดื่มเรดบูลภายใต้แบรนด์ “หงหนิว” และมีการลงทุนสะสมไปกว่ากว่า 4.36 พันล้านหยวน
นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง โดยยกให้มณฑลเสฉวนเป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคตะวันตกของจีน หลังมีมูลค่าการลงทุนสะสมในประเทศจีนกว่า 4.36 พันล้านหยวน หรือประมาณ 21,000 ล้านบาท ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ประจำประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง และฐานการผลิต 2 แห่ง ได้แก่ เมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน และเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี
นายสราวุฒิกล่าวระหว่างการประชุม Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 ณ เมืองเฉิงตู ว่า การลงทุนระยะยาวในต่างประเทศไม่สามารถพิจารณาจากขนาดตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงระบบนิเวศการลงทุน ทั้งนโยบายภาครัฐ ความพร้อมของบุคลากร ประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ และความสามารถในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
บริษัทดำเนินธุรกิจในจีนภายใต้แนวคิด "In China, For China" หรือ "ในจีน เพื่อจีน" โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน พร้อมใช้ฐานการผลิตในมณฑลเสฉวนเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและรองรับการขยายตลาดในภูมิภาคตะวันตกของจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของประเทศ
นายสราวุฒิกล่าวว่า ความสัมพันธ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP กับประเทศจีนมีมายาวนานกว่า 33 ปี นับตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง เฉลียว อยู่วิทยา นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน ผู้คิดค้นและเจ้าของเครื่องหมายการค้าเรดบูล ได้จัดตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่ม "หงหนิว" แห่งแรกในมณฑลไห่หนานเมื่อปี 2536 ก่อนขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันจีนกลายเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการลงทุนที่ยั่งยืนควรสร้างคุณค่าร่วมใน 4 ด้าน ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนานวัตกรรม การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และการพัฒนาชุมชน โดยฐานการผลิตในเมืองเน่ยเจียงมีส่วนดึงดูดผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานเข้ามาลงทุน สร้างการจ้างงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ขณะเดียวกันบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผู้บริโภคจีน ส่งเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน และสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นายสราวุฒิกล่าวว่า ประสบการณ์ของ TCP สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน ซึ่งช่วยสร้างการเติบโตที่เกิดประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว พร้อมเชื่อว่ามณฑลเสฉวนยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดจีนตะวันตก เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบนิเวศการลงทุนที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน