
BEARHOUSE ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 800 ล้านบาทส่ง "ซิลเวอร์มูนโมจิ" เป็นเมนูเรือธงชิงตลาดชา 2 หมื่นล้าน พร้อมขยายสาขา 90 แห่ง และรุกแฟรนไชส์ใน-ต่างประเทศ
นางสาวปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านชานม BEARHOUSE เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 800 ล้านบาท โดยใช้การเปิดตัวเมนูใหม่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มโอกาสการบริโภคต่อคนในแต่ละวัน และผลักดันการเติบโตของแบรนด์ ท่ามกลางตลาดชานมที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอลงในบางช่วง
บริษัทประเมินว่าตลาดชาในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดชานมไข่มุกมีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมองเครื่องดื่มชาเป็น "ความสุขเล็ก ๆ" ในชีวิตประจำวัน หรือ Reward Drink มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องดื่มดับกระหาย ทำให้บริษัทเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
นางสาวปัทมพร กล่าวว่า BEARHOUSE ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของการดำเนินธุรกิจ โดยยังคงต่อยอดจุดแข็งในฐานะผู้บุกเบิกชานมโมจิรายแรกของไทย ผ่านการพัฒนานวัตกรรมเมนูใหม่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ซึ่งต่อยอดจากโมจิสูตรเดิมของแบรนด์ให้มีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ และรับประทานได้ง่ายขึ้น พร้อมใช้แป้งจากข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองภาคเหนือ เพื่อสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และสนับสนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรไทย
โดย "กลยุทธ์ข้าวไทย" ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยเลือกใช้ข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงูซึ่งมีคุณสมบัติเหนียวนุ่มและเหมาะสำหรับการทำขนมไทย ก่อนนำมาต่อยอดเป็นวัตถุดิบหลักของโมจิ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทย
สำหรับเมนู ซิลเวอร์มูนโมจิ บริษัทกำหนดวางจำหน่ายตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ของทุกวัน เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานที่ต้องการเครื่องดื่มสำหรับการพักผ่อนระหว่างวัน สอดรับแนวคิด Today's Moment หรือการสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายเมนูดังกล่าวไว้ที่ 1 ล้านแก้วภายในปีนี้ คาดว่าจะสร้างรายได้คิดเป็น 15-20% ของรายได้รวมทั้งปี และจะเป็นเมนูหลักที่ช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขาย ควบคู่กับแผนขยายสาขาเป็น 90 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 รวมถึงการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“แม้ภาวะเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย แต่ตลาดเครื่องดื่มชาพรีเมียมยังมีโอกาสเติบโต จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ในการบริโภค ส่งผลให้ BEARHOUSE ยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว“ นางสาวปัทมพร กล่าวในที่สุด