HYROX โตแรงจน LVMH ขอร่วมลงทุน คาดตีมูลค่าธุรกิจเฉียด 1,000 ล้านยูโร

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

HYROX โตแรงจน LVMH ขอร่วมลงทุน คาดตีมูลค่าธุรกิจเฉียด 1,000 ล้านยูโร

Date Time: 2 ก.ค. 2569 12:33 น.

Video

ดีเจภูมิ vs เปา iHAVECPU เผยแนวคิดวางแผนการเงินกับแฟน แบบไหนแฮปปี้กว่า? I Money Issue EP.66

Summary

L Catterton ภายใต้กลุ่ม LVMH อยู่ระหว่างเจรจาลงทุนใน Hyrox ซึ่งเป็นธุรกิจจัดการแข่งขัน Functional Fitness ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

  • Hyrox มีการเติบโตของรายได้ก้าวกระโดด โดยคาดการณ์รายได้ปี 2026 อยู่ที่ 200-270 ล้านยูโร และมีฐานผู้เข้าร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • นักวิเคราะห์ประเมินมูลค่า Hyrox ไว้ที่ 700-1,000 ล้านยูโร เนื่องจากโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จากระบบนิเวศครบวงจร ทั้งค่าสมัคร อุปกรณ์ และบริการเสริม
  • กลุ่มทุนหรูมองว่า Hyrox ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ความสำเร็จด้านสุขภาพและวินัยในการแสดงตัวตน แทนที่การครอบครองสินค้าลักชัวรีแบบเดิม
  • การลงทุนครั้งนี้สะท้อนเทรนด์การหลอมรวมระหว่างอุตสาหกรรมลักชัวรีและธุรกิจสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์และคอมมูนิตี้ที่วัดผลได้ในระยะยาว

Latest


หลังมีกระแสข่าวว่า L Catterton บริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม LVMH ของ Bernard Arnault กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อหุ้นใน Hyrox การแข่งขันฟิตเนสที่กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก หลายฝ่ายมองว่า “ธุรกิจฟิตเนส” อาจถูกดึงให้กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมลักชัวรีแห่งอนาคต จากการเข้าลงทุนของอาณาจักรหรูระดับโลกในครั้งนี้

รายงานระบุว่า จากการเติบโตของตัวเลขรายได้และกำไร นักวิเคราะห์ได้ประเมินมูลค่า Hyrox ไว้ที่ประมาณ 700 - 1,000 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับเดียวกับแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เติบโตเร็วหลายแห่ง หากเทียบกับธุรกิจที่มีโมเดลหลัก คือ การจัดการแข่งขัน Functional Fitness

ทำไมกลุ่มทุนของ LVMH ถึงสนใจ

1) ระบบนิเวศที่สร้างรายได้ มากกว่าบนสนามแข่ง

Hyrox ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เติบโตอย่างรวดเร็วจากการแข่งขันเฉพาะกลุ่มสู่เวทีระดับโลก จากการแข่งขันที่มีผู้เข้าร่วมเพียง 650 คนในปีแรก ปัจจุบัน Hyrox มีนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันตลอดฤดูกาล 2024-25 แล้วราว 425,000 - 550,000 คน ผ่านการแข่งขันมากกว่า 80 รายการ ใน 30 ประเทศ ขณะที่ยอดขายตั๋วเติบโตเฉลี่ย 100% ต่อปีติดต่อกัน 2 ปี

โดยมีการคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1.3 ล้านคนในปี 2026 ครอบคลุมการแข่งขันใน 34 เมืองทั่วโลก หลายสนามจำหน่ายบัตรหมดล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน และมีฐานแฟนจำนวนมากที่พร้อมใช้จ่ายทั้งค่าสมัครแข่งขัน โปรแกรมฝึกซ้อม เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา ค่าเดินทาง และบริการฟื้นฟูร่างกาย

รายได้ของ Hyrox ในปี 2025 ถูกประเมินไว้ที่ 130-140 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นเกือบ 87% จากราว 40 ล้านยูโรเมื่อสองปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 200-270 ล้านยูโรในปี 2026 ขณะที่ EBITDA ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 30 ล้านยูโร หรือคิดเป็นอัตรากำไรประมาณ 20% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับธุรกิจฟิตเนส

นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่ทำให้ Hyrox น่าสนใจสำหรับนักลงทุน ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของรูปแบบธุรกิจที่สร้างรายได้จากระบบนิเวศทั้งหมด ผู้เข้าแข่งขันไม่ได้จ่ายเพียงค่าสมัคร แต่ยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องทั้งการฝึกซ้อม เสื้อผ้า รองเท้าวิ่ง อุปกรณ์กีฬา การเดินทาง ค่าลิขสิทธิ์ยิมพันธมิตร คอร์สฝึกอบรมโค้ช และการเข้าร่วมการแข่งขันหลายสนามต่อปี

2) พื้นที่แสดงตัวตนของสายออกกำลังกาย

ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันยังสร้างความผูกพันระหว่างผู้เข้าร่วมผ่านการแชร์ผลการแข่งขัน เวลาเข้าเส้นชัย (Finish Time) หรือสถิติส่วนตัว (Personal Best) บนโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ ทำหน้าที่เป็นสื่อการตลาดให้กับแบรนด์ และกลายเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนในการหาลูกค้า (Customer Acquisition Cost) ยังต่ำมาก เมื่อเทียบกับธุรกิจฟิตเนสทั่วไป

สำหรับ LVMH เจ้าของแบรนด์ลักชัวรีอย่าง Louis Vuitton, Dior, Fendi, Celine, Tiffany & Co. และ Bulgari โมเดลของ Hyrox มีความคล้ายคลึงกับธุรกิจแฟชั่นระดับบนมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะหัวใจของธุรกิจลักชัวรี นอกจากการขายสินค้าแล้ว คือ การขายสถานะ ตัวตน ประสบการณ์ และการเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้

ในอดีตสิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านการถือกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู หรือเครื่องประดับราคาแพง แต่ปัจจุบัน ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนวัยทำงาน เริ่มแสดงตัวตนผ่านการออกกำลังกาย การวิ่งมาราธอน การแข่งขัน Hyrox หรือกิจกรรมด้านความแข็งแรงของร่างกายมากขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง “Status Symbol” กำลังเปลี่ยนจากการครอบครองสินค้า ไปสู่การแสดงให้เห็นถึงวินัย ความสามารถ และความสำเร็จที่วัดผลได้

3) ลูกค้า คือ กลุ่มเดียวกับลูกค้าสินค้าลักชัวรี

ผู้เข้าแข่งขัน Hyrox ส่วนใหญ่เป็นคนวัย 30-40 ปี มีประสบการณ์วิ่งมาราธอนหรือกีฬาเอ็นดูแรนซ์มาก่อน และมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะจ่ายทั้งค่าสมัคร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

ในเชิงพฤติกรรม ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับลูกค้าสินค้าลักชัวรี ทั้งสองกลุ่มต่างซื้อสินค้าและประสบการณ์เพื่อสะท้อนตัวตน มากกว่าการตอบโจทย์ด้านประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว จากเดิมที่ผู้คนอวดกระเป๋า นาฬิกา หรือรถยนต์หรู วันนี้หลายคนกลับภูมิใจที่จะโพสต์เวลาเข้าเส้นชัย สถิติใหม่ หรือเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน

Hyrox มอบผลลัพธ์ที่วัดผลได้ เมื่อผู้เข้าแข่งขันโพสต์เวลาที่ทำได้ พวกเขาสามารถเปรียบเทียบกับสถิติเดิมของตัวเอง หรือแข่งขันกับผู้อื่นได้ทันที ในขณะที่การสมัครสมาชิกฟิตเนสทั่วไป ไม่สามารถสร้างตัวเลขที่จับต้องได้ในลักษณะเดียวกัน

Luxury กับ Sport เริ่มหลอมรวมกันมากขึ้น

การลงทุนของ L Catterton ไม่ใช่การเข้าซื้อกิจการแบบฉาบฉวย แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ L Catterton เคยลงทุนใน Peloton ตั้งแต่ปี 2015 และในปี 2024 ก็เข้าซื้อกิจการสตูดิโอพิลาทิส Solidcore ด้วยมูลค่าประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการถือหุ้นในเครือฟิตเนสหรู Equinox

ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีจุดร่วมคือ เริ่มต้นจากการเป็น “คอมมูนิตี้ของคนรักการออกกำลังกาย” ก่อนจะเติบโตจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ภายใต้การสนับสนุนของนักลงทุนสถาบัน

นักวิเคราะห์หลายรายเปรียบเทียบ Hyrox กับ Ironman รายการแข่งขันไตรกีฬาระดับโลก หลัง Ironman ถูกซื้อโดยนักลงทุนสถาบัน บริษัทสามารถเพิ่มค่าสมัคร สร้างรายได้จากผู้ชม ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และสปอนเซอร์ เปลี่ยนจากธุรกิจที่มีรายได้จากค่าสมัครเพียงอย่างเดียวไปสู่ธุรกิจสื่อและกีฬาที่สร้างรายได้จากหลายช่องทาง หลายฝ่ายเชื่อว่า Hyrox จะเดินตามโมเดลเดียวกัน

นอกจากนี้การลงทุนใน Hyrox ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่แบรนด์ลักชัวรีเริ่มรุกเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพและกีฬาอย่างจริงจัง หนึ่งในช่วงที่เห็นชัด คือ ก่อนมหกรรมโอลิมปิกปารีส 2024 แบรนด์ในเครือ LVMH อย่าง Louis Vuitton ได้เซ็นสัญญากับนักกีฬาชื่อดังหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Victor Wembanyama และ Carlos Alcaraz รวมถึงจับมือกับสโมสร Real Madrid ขณะเดียวกัน LVMH ยังทุ่มงบมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Formula 1 เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือในด้านของ Loewe ภายใต้เครือ LVMH ก็เคยร่วมพัฒนาคอลเลกชันกับ On Running ผสานแฟชั่นระดับลักชัวรีเข้ากับเทคโนโลยีรองเท้าวิ่ง

การแข่งขันฟิตเนส อาจเป็น Luxury รูปแบบใหม่

แม้ Hyrox จะมีรายได้เพียงประมาณ 140 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่กลับถูกตีมูลค่าสูงแตะ 1,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 5-7 เท่าของรายได้ (Revenue Multiple) กำลังสะท้อนว่านักลงทุนมองว่า Hyrox เป็นแพลตฟอร์มด้านฟิตเนสที่สามารถขยายรายได้จากสมาชิก ยิมพันธมิตร ลิขสิทธิ์ สื่อ และสปอนเซอร์ได้อีกมากในอนาคต

แม้ปัจจุบัน LVMH ยังสร้างรายได้หลักจากธุรกิจแฟชั่นและเครื่องหนังที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านยูโรต่อปี แต่การเข้ามาสนใจธุรกิจอย่าง Hyrox บ่งบอกว่าบริษัทกำลังมองหานิยามใหม่ของความหรูหราผ่านการสร้างพอร์ตการลงทุนในระบบนิเวศด้านสุขภาพและฟิตเนสอย่างจริงจัง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมฟิตเนสโลก

ตลาดกำลังเคลื่อนตัวออกจากโมเดลฟิตเนสสำหรับทุกคนไปสู่การสร้างคอมมูนิตี้เฉพาะทางที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน เน้นการแข่งขัน การวัดผล และการพัฒนาศักยภาพของผู้เล่น และหากกลุ่มทุนลักชัวรีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราอาจเห็นการแข่งขันฟิตเนสพัฒนาไปสู่ระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่แพ็กเกจ VIP โปรแกรมฝึกซ้อมระดับพรีเมียม สมาชิกแบบแบ่งระดับ ไปจนถึงประสบการณ์ที่ออกแบบโดยแบรนด์หรู และ Hyrox อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรม Fitness Economy มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในอนาคตหลังจากนี้


รับชมเพิ่มเติม HYROX กีฬาที่ทำให้คนยอมจ่ายเงินเป็นแสน …เพื่อไปเหนื่อย อินไซด์ HYROX พาธุรกิจไหนโตบ้าง?

ที่มาข้อมูล Bloomberg , European Business Magazine 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   

https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ