
ในยามที่คนทำงานในแวดวงโฆษณาและการตลาดต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากการ “รัดเข็มขัด” ของลูกค้า จนเกิดความกังวลว่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลกำลังหดตัวลง
2026 มีโอกาสที่ Digital Spending ลดลงในรอบ 14 ปี
สิ่งที่นักการตลาดต้องปรับกลยุทธ์การนำเสนองาน โดยนำเทคโนโลยีอย่าง Data Automation มาใช้ทำระบบ Attribution และ Personalization อย่างจริงจัง การสื่อสารต้องก้าวข้ามการมองลูกค้าเป็นแค่กลุ่มเป้าหมาย แต่ต้องเจาะลึกถึงระดับบุคคล เพื่อส่งสารให้ถูกบริบทและถูกเวลาที่สุด ใครที่สามารถมอบความคุ้มค่าในจุดนี้ให้ลูกค้าเห็นได้ ย่อมดึงดูดเม็ดเงินจากแบรนด์ได้สำเร็จ
ไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล President of MarTech Association and CEO of PAM Real CDP ได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า GDP ของประเทศยังคงขยายตัวที่ประมาณ 2% แนวโน้มกำลังซื้อยังไม่ได้หายไปเสียทีเดียว แต่คำถามคือบริษัทอย่างเรา ๆ กำลังถือตะกร้าใบเดิม ไปรับเงินในที่ที่ไม่ถูกต้องอยู่หรือไม่
การปรับตัว จึงเป็นกุญแจสำคัญของทุกภาคธุรกิจ ในมุมของเอเจนซี่ต้องกลับมาประเมินจุดแข็งของตัวเองให้ชัดเจน หากคุณเก่งเรื่องครีเอทีฟ ก็ต้องชูความครีเอทีฟที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้
ในขณะเดียวกัน การทำงานรูปแบบเดิมๆ หรือ Playbook เมื่อ 10 ปีที่แล้วคงประยุกต์ใช้ไม่ได้อีกต่อไป รูปแบบการทำงานที่เหมาะสมในยุคนี้ต้องบูรณาการแบบ Co-creation คือ ทีมงานต้องสามารถทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่งาน การตลาด, งานขาย, พัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงสายงานทรัพยากรบุคคลอย่าง HR
แม้ AI จะเข้ามาเป็นกระแสหลักและช่วยเราวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่ผู้บรรยายทั้ง 2 คน ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในแวดวงการตลาด ให้แง่มุมว่า "AI ไม่มีอารมณ์ และไม่มีลิปสติก"
AI ไม่สามารถเปลี่ยนชุดข้อมูลดิบให้กลายเป็น "Human Truth" หรือเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งด้วยตัวมันเอง
“คนทำงานส่วนใหญ่กำลังกลัว AI” เราต้องเปลี่ยนความกลัว และเข้าไปควบคุม ดังนั้น สิ่งที่นักการตลาดต้องเร่งยกระดับ คือทักษะ Data Storytelling หรือ การสังเคราะห์ข้อมูล
การตลาดตอนนี้ไม่สามารถพึ่งพิงเพียงตัวเลข Reach หรือ Engagement แต่ต้องวิเคราะห์ผ่าน Cross-platform measurement ให้ได้ว่า ผลลัพธ์เหล่านั้นสามารถแปลงกลับมาเป็นยอดขายได้หรือไม่
เพราะท้ายที่สุดแล้วงานที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์จำเป็นต้องมีมนุษย์ที่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดอยู่ในกระบวนการ
ในด้านการวัดการทำงานขององค์กรในยุคปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกองค์กรล้วนตั้งเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจไว้สูงกว่า 20% ขึ้นไป เพื่อให้สอดรับกับการจ่ายโบนัสและการดูแลโครงสร้างพนักงาน
การจะพาองค์กรฝ่าฝันเศรษฐกิจเพื่อไปถึงยอดตัวเลขนั้น ต้องอาศัยพลังของคนทำงานจำนวนมาก บนพื้นฐานวิถีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป
การตลาดยุคนี้ไม่ใช่แค่มองเรื่องเทรนด์ แต่คือ การวิเคราะห์ตลาด (Marketing Intelligence) คือตัวแปรสำคัญของคนทำงานและองค์กร ที่สามารถดึงเม็ดเงินจากลูกค้า รวมถึงสร้างแนวทางการทำงานให้ความสร้างสรรค์ของมนุษย์ และความรวดเร็วของเทคโนโลยีสามารถเติบโตควบคู่ไปด้วยกันได้
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney