
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า นี่คือเวลาที่ยากลำบากของทุกธุรกิจ
ทั้งเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และที่สำคัญที่สุดคือสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังท้าทายขีดความสามารถของผู้นำองค์กร
แต่จากบทเรียนในอดีต เช่น ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละธุรกิจนั้นมีความแตกต่างกัน บางบริษัทอาจต้องล้มหายตายจาก แต่ก็มีบางอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์และเติบโตต่อได้
งาน Creative Talk Conference 2026 (CTC2026) ในหัวข้อ “Business” แนวทางการดำเนินธุรกิจสำหรับโลกยุคปัจจุบัน ในเวทีนี้ได้ 2 บุคคลจาก 2 ภาคธุรกิจมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS และ ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
สำหรับภาคธุรกิจอสังหาฯ “ศุภาลัย” ในฐานะหนึ่งในผู้นำแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ฉายภาพให้เห็นว่า ตลาดคอนโดมิเนียมอยู่ในภาวะ Oversupply หรือมีอุปทานล้นตลาดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงปี 2561แล้ว
และในช่วง 6 ปีหลังสุดที่ผ่านมานี้ มีเพียงปีเดียวเท่านั้นที่ยอดการเปิดตัวโครงการใหม่สูงกว่ายอดขาย
ยิ่งไปกว่านั้นตัวเลขภาพรวมยอดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 20 ปี จากยุคที่เคยอยู่ในช่วงรุ่งเรืองถึงขีดสุดที่มีการซื้อขายประมาณ 100,000 ยูนิตต่อปี ปัจจุบันตัวเลขลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 50,000 ยูนิตเท่านั้น
ในขณะที่บ้านแนวราบซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของธุรกิจกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะขายยากอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายแบรนด์ต้องใช้วิธีหั่นราคาและทำโปรโมชันอย่างหนักเพื่อกระตุ้นยอดขาย ด้วยบริบทนี้ ไตรเตชะชี้ให้เห็นว่า “สภาพคล่องทางการเงิน” คือ ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางขององค์กร
การรักษาสภาพคล่องที่ดีย่อมส่งผลให้ธุรกิจมีความพร้อมมากกว่า และเป็นแต้มต่อที่ทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น กล่าวคือ เมื่อองค์กรมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ก็จะพร้อมคว้าโอกาสสำคัญที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตได้มากกว่า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือ เจ้าของที่ดินจำนวนมากพากันนำที่ดินเปล่าออกมาเสนอขาย ในขณะที่มีผู้ซื้อในตลาดเหลือเพียงไม่กี่ราย หากธุรกิจมีสภาพคล่องพร้อม ก็สามารถเข้าซื้อที่ดินเหล่านั้นเพื่อกักตุนเป็นต้นทุนในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าได้
ซึ่งการกล้าลงทุนและขยายตัวในช่วงที่ตลาดกำลังซบเซานี้คือ กุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโต อย่างในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯ มีผู้เล่นอย่าง Origin, Assetwise และ SENA สามารถขยายตัวเติบโตได้แม้ในช่วงตลาดซบเซา
ในแง่ของการวางกลยุทธ์ ไตรเตชะให้คำแนะนำว่า ธุรกิจยุคนี้ยากที่จะสามารถวางแผนระยะยาวได้ เปรียบเทียบการทำธุรกิจเหมือนการแข่งขันฟุตบอล กล่าวคือ การตั้งรับเพียงอย่างเดียวทำได้ดีที่สุดแค่ "เสมอ" ในช่วงที่มีวิกฤตถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น องค์กรในฐานะทีมต้องวางกลยุทธ์เชิงรุก ให้สามารถพร้อมบุกและยิงประตูให้ได้
ด้านของ AIS ในฐานะบริษัทโทรคมนาคม กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS ชี้ให้เห็นว่า วงการเทคโนโลยีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ตั้งแต่ยุค Digital Transformation ต่อเนื่องมาถึงช่วงวิกฤตโรคระบาด และในปัจจุบันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคของ AI อย่างเต็มตัว
ทำให้ AIS เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโออย่างเต็มกำลัง ได้แก่
แม้ว่า ทุกคนจะยอมรับการเข้ามาของเทคโนโลยี แต่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
กานติมา แนะนำว่า องค์กรไม่ควรทุ่มเทงบประมาณไปกับการลงทุนซื้อเครื่องมือหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียวโดยละเลยการพัฒนาคน เพราะเครื่องมือทางเทคโนโลยีเหล่านี้มักจะล้าสมัยอย่างรวดเร็ว หากบริษัทซื้อมาแต่พนักงานใช้งานไม่เป็น การลงทุนเหล่านั้นก็จะสูญเปล่า
กลยุทธ์สำคัญของ AIS คือการไม่หยุดนิ่ง ปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างรวดเร็ว และเตรียมความพร้อมของธุรกิจให้สามารถรับแรงกระแทกจากการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
บทสรุปบนเวที Business ของ CTC2026 นี้ สะท้อนให้เห็นแนวคิดของทั้ง 2 องค์กรผู้นำตลาด ที่มีจุดร่วมกันคือ ความสามารถในการยืดหยุ่นบนทุกความเปลี่ยนแปลง และมองเห็นโอกาสในวิกฤต
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney