
ในยุคที่บางนากำลังเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ (New EBD) ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้บางนามีความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการขยายตัวของเมืองในอนาคตส่งผลให้อัตราการเติบโตของประชากรในโซนนี้พุ่งสูงถึง 2.8% ต่อปี
รวมทั้ง บางนามีประชากรมากกว่า 3 ล้านคน และมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ประมาณ 91,000 บาทต่อเดือน และหากเป็นครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีบุตร รายได้จะขยับสูงขึ้นแตะ 300,000 บาทต่อเดือน แวดล้อมไปด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ 15 แห่ง และโครงการหมู่บ้านหรูราคา 10-40 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลดัชนีราคาที่ดินย่านบางนาทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งหาก ย้อนกลับไปในปี 2555 "เมกาบางนา" (Mega Bangna) เปิดตัวขึ้นในฐานะศูนย์การค้าระดับภูมิภาคขนาดใหญ่ บนแลนด์แบงก์กว่า 300 ไร่ บริเวณถนนบางนา-ตราด กม. 8 ซึ่งในเวลานั้นยังถูกมองว่าเป็นเพียงพื้นที่ชานเมืองอันห่างไกล
แต่เพียงเวลาไม่นานเมกาบางนาได้พิสูจน์ตัวเอง จนกลายเป็น ‘Your Everyday Meeting Place’ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาแวะเวียนได้เป็นล้านครั้งต่อปี
ล่าสุด สองยักษ์ใหญ่อย่าง “เซ็นทรัลพัฒนา” (CPN) และ “อิคาโน เซ็นเตอร์” ได้ประกาศลงทุน 6,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่ 170,000 ตร.ม. สำหรับ “ศูนย์การค้าเมกาบางนา” ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 14 ปี โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 ซึ่งจะส่งผลให้ศูนย์การค้าเมกาบางนา มีพื้นที่โครงการรวม 800,000 ตร.ม. ถือเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว จากการร่วมทุนของ 2 บริษัท ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 325 ไร่
โดยในอนาคต จะมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. และคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะมีมูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่แค่การขยายห้างสรรพสินค้าแบบเดิมๆ แต่คือการกางมาสเตอร์แพลน ที่จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกไปตลอดกาล สำหรับแผนในอนาคตมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2583 ดังนั้นการลงทุน 6,000 ล้านบาท ในครั้งนี้ จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแพลนใหญ่ที่วาดไว้ของ “เมกา ซิตี้ นั่นเอง”
เอเดรียน มิเรีย Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Ikano Group ในการสร้างโอกาสเพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้คน เราเชื่อว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล
โดยตั้งแต่เปิดให้บริการ เมกาบางนามีผู้มาใช้บริการกว่า 670 ล้านครั้ง โดยผู้เข้าใช้บริการสูงสุดมากถึง 60 ล้านครั้งในปี 2568 พร้อมรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% มาอย่างต่อเนื่อง และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ IKEA สาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอาเซียน
ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาในเฟสที่สอง จะเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ศูนย์การค้า โดยจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต
โดยในอนาคต เมกาบางนาจะได้รับการพัฒนาภายใต้แผนมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ และเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จจะมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. คาดว่ามูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท โดยจะมีการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ อีกในอนาคต อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ภายใต้วิสัยทัศน์เมกาซิตี้ ที่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก และเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่สำคัญของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน
ทั้งนี้ในปัจจุบัน เมกาบางนา มีแบรนด์ดังและร้านค้าชั้นนำกว่า 900 ร้านค้า แบ่งเป็นกลุ่มร้านอาหาร 176 ร้าน และร้านค้าปลีก 730 ร้าน โดยมีผู้เช่าหลัก ได้แก่ IKEA แห่งแรกในประเทศไทย, เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์, โฮมโปร, บิ๊กซี และเมกาซีนีเพล็กซ์ ที่มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดทราฟฟิกและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ โดยมีแบรนด์ระดับโลกที่เสริมความแข็งแกร่งอย่าง Zara, Uniqlo, Muji, H&M, Pull&Bear, lululemon, Sephora, Tudor, TAG Heuer และ Victoria's Secret.
ภูมิ มองว่า เมื่อส่วนต่อขยายแล้วเสร็จ เมกาบางนาจะมีแบรนด์ชั้นนำรวมกว่า 1,200 แบรนด์ มากที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก โดยจะเป็นทั้งแบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ที่เข้ามาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก รวมถึง Accessible Luxury อีกมากกว่า 20 แบรนด์
ขณะเดียวกัน เมกาบางนา ได้ต้อนรับผู้ใช้บริการกว่า 165,000 คนต่อวัน โดยลูกค้าจะกลับมาใช้บริการเฉลี่ย 4-5 ครั้งต่อเดือน รวมถึงมีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิก Mega Smile Rewards แข็งแกร่งกว่า 450,000 ราย และจัดงานอีเวนต์มากกว่า 160 งานต่อปี โดยเมกาบางนา ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งการใช้ชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในทุกวัน ทำให้คาดว่าหลังจากแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ จำนวนผู้ใช้บริการในศูนย์ฯ จะเพิ่มเป็น 65 ล้านครั้งต่อปี
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney