จาก Content is King สู่ Messenger is King ไม่ใช่แค่พูด ‘อะไร’ แต่ขึ้นกับใครเป็น ‘คนพูด’

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จาก Content is King สู่ Messenger is King ไม่ใช่แค่พูด ‘อะไร’ แต่ขึ้นกับใครเป็น ‘คนพูด’

Date Time: 29 ก.ย. 2568 15:11 น.

Video

Micron คือใคร ? ทำไมชิงความสนใจตลาด แทน Nvidia | Digital Frontiers EP.66

Summary

หมดยุคดารากวาดพรีเซ็นเตอร์ KOL Marketing ยังมาแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Nano - Micro ล่าสุด บริษัท ไบรท์อัพ จำกัด เปิดตัว “KOLLABX” แอปรวม KOL ให้แบรนด์สามารถจ้างงานได้โดยตรง

Latest


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วงการการตลาดและสื่อเคยมีคำนิยามติดปากว่า “Content is King” ใครสร้างคอนเทนต์ดี  

คนนั้นได้เปรียบแต่เมื่อโลกดิจิทัลหมุนเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคเชื่อ “คน” มากกว่า “แบรนด์” น้ำหนักของเกมก็เปลี่ยนจาก “ใครพูดอะไร” ไปเป็น “ใครเป็นคนพูด” ดังนั้นทุกวันนี้ “Messenger is King” กำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญของการตลาด

KOL & Influencer ผู้ส่งสารยุคใหม่

นฤชนก ฉิมตะวัน Chief Executive Officer บริษัท ไบรท์อัพ จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้ง KOLLABX ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้นำทางความคิด (KOL - Key Opinion Leader) สูงถึง 9 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ สัดส่วนครึ่งหนึ่งเป็น Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000-10,000 คน) และ Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000-50,000 คน) โดยมีจุดเด่นในเรื่องของความน่าเชื่อถือ และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามได้ใกล้ชิดกว่าอินฟลูเอนเซอร์ระดับ Mega อย่างเห็นได้ชัด 

แม้ว่าเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ระดับ Mega จะสร้างการเข้าถึงหรือ Reach ที่กว้าง แต่กลับมี Engagement และความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่าในบางกรณี เนื่องจากฐานผู้ติดตามมีขนาดใหญ่และหลากหลายเกินไป ส่งผลให้กลุ่ม Nano/Micro กำลังกลายเป็นผู้เล่นตัวจริงในสนามการตลาดออนไลน์ และมีแนวโน้มที่อัตรากลุ่มผู้เล่นนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี

นฤชนก กล่าวว่า โดยทั่วไปแบรนด์ธุรกิจส่วนใหญ่ มักมีค่าใช้จ่ายด้าน Marketing ราว 10% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นสัดส่วนที่ไม่เยอะ แต่หากดูถึงความคุ้มทุน ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของธุรกิจต้องแบกรับความเสี่ยง

แต่การตลาดผ่าน KOL ดังกล่าว สามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ไปได้มากถึง 50% จึงสามารถนิยามได้ว่า การจ้าง KOL เป็น Lower Cost - Higher Engagement ที่ทุกธุรกิจใฝ่หา

KOLLABX ระบุว่า จากข้อมูลตลาดดิจิทัลล่าสุด มูลค่าสื่อดิจิทัลไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 15% และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 40,000–45,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 โดยกว่า 50% ของเม็ดเงินนี้มาจากกลุ่ม Nano และ Micro KOL ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้ส่งสารรายเล็กที่สร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้จริง

ขณะที่ สมาคมโฆษณาดิจิทัล ประเทศไทย รายงานว่า การใช้จ่ายด้านดิจิทัลทั้งหมด (Total Spending) ก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะทะยานแตะ 33,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ของอุตสาหกรรม

ทางรอดการตลาดสำหรับ SME ยุคดิจิทัล

นฤชนก กล่าวว่า เราเห็น Pain Point ของ SME โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับงบการตลาดที่จำกัด แต่ยังต้องแข่งขันในโลกดิจิทัล แอปพลิเคชัน KOLLABX จึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ SME สามารถเข้าถึงการตลาดโดย KOL ได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

โดยมีฟีเจอร์ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกระหว่างร้านค้ากับ KOL เข้าหากัน การส่งงาน การประเมินผล ไปจนถึงระบบการรีวิว เพื่อช่วยร้านค้าที่เป็น SME โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารสามารถโปรโมตสินค้าและบริการได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย 

ซึ่ง แอปพลิเคชัน KOLLABX จะเปิดพร้อมใช้งานตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568 โดยตั้งเป้าผู้ใช้งานอย่างน้อย 10% หรือ 100,000 ยูสเซอร์ และมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 3,000 ร้าน พร้อมขยายไปสู่กลุ่มธุรกิจสปา โรงแรม และสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การเป็น Ecosystem ทางการตลาดของไทย

อย่างไรก็ตามศึกการตลาดยุคใหม่ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ว่าใครดัง แต่ใคร “ตรงใจ” มากกว่า ดังนั้นปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าการแข่งขันของแบรนด์ในอนาคตจะไม่ใช่แค่การแย่งตัว “คนดัง” แต่คือการเลือก KOL ที่ ตรงใจผู้บริโภคที่สุด และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้จริง

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ