การเมืองไม่กระทบลงทุน “อีอีซี” “สุริยะ” มั่นใจต่างชาติยังสนทำธุรกิจในไทย

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

การเมืองไม่กระทบลงทุน “อีอีซี” “สุริยะ” มั่นใจต่างชาติยังสนทำธุรกิจในไทย

Date Time: 27 ต.ค. 2563 09:34 น.

Video

ดีเจภูมิ vs เปา iHAVECPU เผยแนวคิดวางแผนการเงินกับแฟน แบบไหนแฮปปี้กว่า? I Money Issue EP.66

Summary

“สุริยะ” ย้ำชัดปัญหาการเมืองไทยขณะนี้ ไม่กระทบตัดสินใจลงทุนใน “อีอีซี” เหตุนักลงทุนเคยชินแล้ว ลั่นแม้การเมืองเปลี่ยน แต่นโยบายพัฒนาอีอีซีไม่เปลี่ยนแปลง ลั่นอีอีซีเป็นเสมือนเครื่องจักร

Latest


“สุริยะ” ย้ำชัดปัญหาการเมืองไทยขณะนี้ ไม่กระทบตัดสินใจลงทุนใน “อีอีซี” เหตุนักลงทุนเคยชินแล้ว ลั่นแม้การเมืองเปลี่ยน แต่นโยบายพัฒนาอีอีซีไม่เปลี่ยนแปลง ลั่นอีอีซีเป็นเสมือนเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง มั่นใจต่างชาติยังสนใจลงทุนไทยแน่นอน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างการเสวนาหัวข้อ“เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี โก”จัดโดยเครือกรุงเทพธุรกิจว่า การชุมนุมทางการเมืองของไทยในขณะนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจการเข้ามาลงทุนในไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะนักลงทุนมองว่าการเมืองไทยเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจมากที่สุดคือ การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดังนั้น นักลงทุนบางส่วนยังคงเฝ้าติดตามใกล้ชิด แต่ตนขอยืนยันว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ชักจูงการลงทุน และพัฒนาอุตสาหกรรมในอีอีซีอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ แต่อีอีซีจะเป็นนโยบายที่ไม่เปลี่ยน ทุกอย่างยังเดินหน้า ส่วนปัญหาการเมืองขณะนี้ นักลงทุนต่างชาติเคยชินแล้ว โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งการที่ไทยมีศักยภาพ ทั้งด้านภูมิศาสตร์ และการดูแลป้องกันโควิด-19 ได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จะเป็นแรงดึงดูดเข้ามาลงทุนในระยะยาว ล่าสุด ทีมที่ปรึกษาบริษัท เอ็กซอน โมบิล เคมิคอล จำกัด ของสหรัฐฯ ติดต่อมาเพื่อขอทบทวนแผนการศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในไทย เกี่ยวกับโครงการลงทุนส่วนขยายโรงงานปิโตรเคมี หรือโรงแครกเกอร์ผลิตปิโตรเคมี มูลค่า 300,000 ล้านบาท ในอีอีซีอีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ ชะลอไปเพราะโควิด-19”

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ขับเคลื่อนอีอีซี 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 เตรียมการวางกลไกที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะออก พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 61 เพื่อให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเห็นว่า ไทยจริงจังกับการพัฒนาอีอีซี ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไร แต่การพัฒนาอีอีซีจะยังเดินหน้าต่อ ระยะที่ 2 วางโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่เป็นรูปธรรมใน 5 โครงการหลัก เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, เมืองการบินภาคตะวันออก, สนามบินอู่ตะเภา, ท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 เป็นต้น

ส่วนระยะที่ 3 ชักจูงการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำยุทธศาสตร์ เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรืออุตสาหกรรม S-Curve โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดึงดูดการลงทุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขการขอรับส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ล่าสุดในช่วง 9 เดือนปี 63 ที่มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 277 โครงการ เงินลงทุน 106,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 51% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ “อีอีซี เป็นเสมือนหัวจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไทย ให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง และยังเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังได้รับความสนใจจากหลายประเทศ ในการย้ายฐานการลงทุนและฐานการผลิต โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม”

ด้านนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคเอกชนยังไม่ได้สอบถามเรื่องการเมืองเข้ามาอย่างผิดปกติ การลงทุนในอีอีซีเป็นการลงทุนระยะยาว จึงตัดสินใจจากศักยภาพของพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิประโยชน์มากกว่า.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ