
“เฉลิมชัย” มึนยาฆ่าหญ้า เจอฝ่ายค้าน-ฝ่ายสนับสนุนยกพวกกดดัน พร้อมเสนอนายกฯให้เสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายทบทวนแบนพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส หลังเกษตรกรเดือดร้อนไร้สารทดแทน ขณะที่ฝั่ง “มนัญญา” ขู่ตั้งแต่ 29 ส.ค.63 เกษตรกรยังถือครอง มีโทษปรับ 1 ล้านบาท จำคุก 10 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทบทวนมติการยกเลิกการใช้ (แบน) สารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอสอีกครั้ง หลังจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2563 ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการเลขที่ กษ.0100 เพื่อนำเสนอข้อมูลชุดใหม่ นำไปสู่การทบทวนการแบน 2 สารดังกล่าวต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก่อนสิ้นสุดวันผ่อนผันคือ 29 ส.ค.2563
ทั้งนี้ หนังสือยังเดินทางไม่ถึงนายกฯ ในวันที่ 27 ส.ค. น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน) กลุ่มที่เสนอให้แบนสารเคมี ได้เข้าพบ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯดำเนินการตามมติ ส่งผลให้นายเฉลิมชัยต้องดึงหนังสือฯดังกล่าวกลับ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 ส.ค. นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย และนายกสมาคมเกษตรปลอดภัย เป็นตัวแทนเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดหญ้า เข้าพบ นายเฉลิมชัย เพื่อให้ทบทวนมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการแบน สารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอส โดยให้เหตุผลว่า ตั้งแต่มีการแบน 3 เดือน ได้ทดลองใช้สารทดแทน ที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใช้ฆ่าหญ้าแทน คือกลูโฟซิเนต ปรากฏผลการใช้ในแปลงทดลองไม่ได้ผล เกษตรกรกำลังเดือดร้อน เพราะหญ้าไม่ตาย แต่พืชประธาน คืออ้อย มันสำปะหลังตายเกลี้ยง
ขณะที่นายเฉลิมชัย กล่าวระหว่างการหารือกับเกษตรกรว่า ตนจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังดึงหนังสือฉบับ กษ.0100 คืน โดยจะแนบไปพร้อมข้อเสนอของเกษตรกรที่เรียกร้องถึงความเดือดร้อน ให้ทบทวนการแบนสารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอส และขอให้จัดทำหนังสือถึงคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หยุดการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีการใช้สารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอสทันที ต้องไม่มีการผ่อนปรนถึงเดือน มิ.ย.2564 เนื่องจากเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนธุรกิจ โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคคนไทย
ด้านนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ได้สั่งการไปที่กรมวิชาการเกษตร ให้ตรวจสอบเกษตรกร หรือร้านขายสารเคมีที่มีการครอบครอง พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส หากหลัง 29 ส.ค.2563 ถือว่าพ้นระยะผ่อนผัน ใครมีในครอบครองถือว่ามีสิ่งผิดกฎหมาย มีโทษถึงคุก โดยให้ดำเนินการเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น หากสิ้นสุดระยะผ่อนผันผู้ถือครองจะเป็นเกษตรกร หรือร้านค้า จะมีโทษปรับ 1 ล้านบาทหรือจำคุก 10 ปี.