
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้จัดทำโครงการ Festival Database Platform ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรวบรวม จัดระเบียบ เป็นระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงเทศกาลไทย เพื่อสนับสนุนทั้งนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว
ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การพัฒนาเทศกาลในมิติต่าง ๆ ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ รวมถึงเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล
พร้อมกันนี้ ททท. ยังได้นำศักยภาพของโครงการมาต่อยอดสู่การพัฒนาประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ Thailand Festival เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้งาน ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเทศกาลได้ง่าย สะดวก และตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ผ่านฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่
Sukjai Chatbot AI Travel Assistant ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล ที่สามารถแนะนำเทศกาลตามความสนใจ งบประมาณ และช่วงเวลาเดินทางของผู้ใช้งาน
Festival Calendar ปฏิทินเทศกาลที่สามารถดูได้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกในแพลตฟอร์มเดียว
โดยโครงการ Festival Database Platform จึงเป็นการสะท้อนบทบาทของ ททท. ในการมุ่งสู่การเป็น Intelligence Hub ด้านการท่องเที่ยว โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการ Festival Database Platform จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ภายใต้แนวคิด Amazing 5 Economy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับเมืองน่าเที่ยว และผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านเทศกาลสู่สายตานานาชาติ
พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Data-Driven Tourism Nation อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นแรงขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางที่เที่ยวได้ทั้งปี มีเทศกาลทุกเดือน และมอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมในทุกการเดินทาง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเว็บไซต์ Thailand Festival ด้วย Sukjai Chatbot และ Festival Calendar ได้แล้ว ที่ https://ai.festivaldatabaseplatform.com/
มุ่งมั่นสร้างโอกาส : นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance)
ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ได้ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและอนาคตให้กับเด็กและเยาวชนไทยผ่านโครงการ Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง
ทั้งนี้ได้ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย 3 สโมสรฟุตบอลชั้นนำ ประกอบด้วย สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร และสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด นำเยาวชนจากสถานสงเคราะห์เข้าสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟุตบอลระดับอาชีพในสนามจริง เพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสสานฝันให้กับเด็กและเยาวชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลในสนามจริง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้เด็กเห็นถึงความมุ่งมั่น วินัย และน้ำใจนักกีฬา ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิต การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม และอาจต่อยอดสู่ความสนใจในการเล่นกีฬาฟุตบอลเพื่อประกอบอาชีพในอนาคต
โดยกิจกรรมได้นำน้อง ๆ จาก สถานสงเคราะห์เด็กและเยาวชนชาย จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย 1.สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จังหวัดปทุมธานี จำนวน 50 คน 2.สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 50 คน และ 3. ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชน จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 50 คน ชมการแข่งขันใน 3 สนามหลักของ 3 สโมสรชั้นนำ ได้แก่ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ สนามแพท สเตเดียม จังหวัดกรุงเทพฯ สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร สนาม NT สเตเดียม จังหวัดนนทบุรี และสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด สนามศรีนครลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงโปรแกรมการแข่งขันเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ในพิธีเปิดตัวโครงการฯ มีนางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นายชัยธัช ชัยจินดา ผู้อำนวยการสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี และนายจีราวัฒน์ จันทร์หอม ผู้ปกครองสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมในพิธี