
“ฝั่งธนเฟส 4” ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาส ให้ศิลปิน-นักศึกษาแสดงศักยภาพ ล่าสุดยกทัพวัฒนธรรมฝั่งธน บุก IMPACT Exhibition Center Hall 5–6 ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569
อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยพุ่งทะยานสู่มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท แต่กลับต้องเผชิญกับภาวะ “Concert Overload” หรือตลาดเฟ้อ จนผู้บริโภคเลือกยากขึ้น
ผศ.ดร.ณัฏฐ์ เดชะปัญญา รองอธิการดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี ฝั่งธนเฟส อาจารย์หลักสูตรการจัดการอีเวนต์และธุรกิจบันเทิง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจ็กต์ “ฝั่งธนเฟส” (Fang Thon Fest) เทศกาลดนตรีที่ไม่ได้มีดีแค่ความมันส์ แต่คือโมเดลการสร้าง Impact สู่ชุมชนและการบ่มเพาะบุคลากรมืออาชีพเข้าสู่ตลาดแรงงาน เผยว่า
เริ่มจาก Passion ที่เราหลงใหลในอีเวนต์และเทศกาลดนตรีมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราเก็บเกี่ยวความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอย่าง ‘ป๋าเต็ด’ จนเกิดคำถามว่า ในฐานะที่เราสอนด้านธุรกิจบันเทิง เราจะทำอย่างไรให้วิชา Special Event ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน จึงเริ่มจากงานเล็กๆ ชื่อ ‘ทีเด็ด’ เพื่อให้นักศึกษาลองทำจริงแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จนงานมันโตขึ้นเรื่อยๆ พอเจอช่วงโควิด-19 เราไม่ได้หยุด แต่เราเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ เราต้องการให้เกิด Impact ต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงขยับจากคอนเสิร์ตเล็กๆ กลายเป็น ‘เทศกาลดนตรี’ ที่เชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรม อาหาร และการท่องเที่ยวของฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน โดยใช้ Music Marketing เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
และเมื่อถามว่า ทำไมครั้งนี้ ‘ฝั่งธนเฟส’ ถึงข้ามฝั่งไปจัดถึงอิมแพ็ค เมืองทองธานี? นั่นก็เพราะว่าจาก 3 ครั้งที่ผ่านมา แบรนด์เริ่มแข็งแรง พอครั้งที่ 4 จึงมองเห็น Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายเรื่องสภาพอากาศที่ร้อนเกินไปในพื้นที่เดิม จึงได้ตัดสินใจทดลองสิ่งใหม่ด้วยการย้ายไปจัดที่ Impact Exhibition Center (Hall 5-6) ซึ่งมีความพร้อมมากกว่า
“แต่หัวใจสำคัญคือเราไม่ทิ้งอัตลักษณ์ เราสร้าง Storytelling ว่า ‘ยักษ์ฝั่งธนจะไปบุกฝั่งนนท์’ ขนเอา Art & Decoration ที่สื่อถึงความเป็นฝั่งธน เช่น วัดอรุณฯ หรือแลนด์มาร์กสำคัญ ไปไว้ในฮอลล์ติดแอร์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ชม”
ผศ.ดร.ณัฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันเราอยู่ในยุค Boom and High Competition มูลค่าการตลาดสูงกว่า 5,000 ล้านบาท จำนวนงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในปีเดียวมีมากกว่า 1,200 งาน คนยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์สดมากขึ้น Global trend ก็แรง เช่น Live Nation ขายบัตรระดับ 65 ล้านใบต่อปี ดังนั้นโลกกำลังเปลี่ยนจากการ ขายเพลง เป็นการขายประสบการณ์
จนเกิดภาวะ ‘Concert Overload’ ตลาดคึกคักจริงแต่ตัวเลือกเยอะเกินไปจนคนซื้อตัดสินใจยากขึ้น ในฐานะผู้จัด ความท้าทายคือจะสร้าง Branding อย่างไรให้แตกต่าง เพราะศิลปินส่วนใหญ่ก็มักจะซ้ำกัน กลเม็ดสำคัญจึงอยู่ที่ Concept และการสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ให้เขาอยากมางานเรามากกว่างานอื่น
ทั้งนี้ การจัดงานนี้ต่อยอดสู่อาชีพของนักศึกษาได้อย่างไร? อาจารย์ ณัฏฐ์ เล่าว่า งานอีเวนต์คือโรงเรียนที่ดีที่สุด เด็กๆ จะได้เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การเขียน Proposal ไปจนถึงการหา Sponsor และการบริหารงบประมาณ
“แม้จบไปเขาอาจไม่ได้ทำคอนเสิร์ต แต่ Skill ที่เขาได้ ทั้ง Creative Communication, Team Management และการทนต่อแรงกดดัน สามารถนำไปใช้ได้กับทุกธุรกิจ เราไม่ได้สร้างแค่คนจัดงาน แต่เราสร้างบุคลากรที่เข้าใจการสร้าง Experience + Emotion + Business Value ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต”
รวมทั้งคอนเสิร์ต 1 งาน ไม่ได้จบแค่ขายบัตร แต่เงินหมุนทั้ง Ecosystem เช่นโรงแรม การท่องเที่ยว ร้านอาหาร การเดินทาง ทีมโปรดักชัน ฟรีแลนซ์ Merchandising สปอนเซอร์ และยังช่วยกระตุ้น “เมือง” ให้มีชีวิต (Urban Activation) สร้าง Soft Power ไทย ดึงต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายอีกด้วย ที่สำคัญงานกระจุกในกรุงเทพกว่า 90% จะเท่ากับยังมีโอกาสขยายไปภูมิภาคอีกมหาศาล
ผศ.ดร.ณัฏฐ์ มองว่า สายนี้ไม่ง่าย แต่โอกาสสูงมาก ซึ่งความยากคืองานไม่เป็นเวลา เช่น กลางคืน เสาร์ - อาทิตย์ ความกดดันสูง (งานพลาดไม่ได้) ต้องเก่งหลายด้าน (Creative + Business + Operation) ถ้าเป็นความท้าทายเชิงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว (Hybrid / AI / Virtual) การแข่งขันสูง ต้องมี “ผลงานจริง” ถึงจะอยู่รอด
แต่โอกาสคือ สาขานี้สามารถต่อยอดได้หลากหลายมาก เช่น Organizer , Producer , Concert & Festival Director , Artist Manager , Entertainment Marketing , ศิลปิน ดารา นักร้อง อินฟลู , นักธุรกิจบันเทิง , แบรนด์ marketing , โปรโมเตอร์ , หรือ เจ้าของงาน , เจ้าของธุรกิจ ฯลฯ และที่สำคัญรายได้ไม่ได้มาจากเงินเดือนอย่างเดียว แต่มาจากการสร้างโปรเจกต์ต่าง ๆ
“สรุปคือ อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตวันนี้ ไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่คือ เศรษฐกิจประสบการณ์ ที่สร้างมูลค่ามหาศาลและหลักสูตรอีเวนต์บ้านสมเด็จ คือการปั้นคนให้เป็น ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ฝั่งธนเฟส 4 จึงไม่ใช่แค่งาน แต่คือสนามจริง ที่เรากำลังสร้างคน สร้างอุตสาหกรรม และสร้างอนาคตไปพร้อมกัน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้าย
“ฝั่งธนเฟส 4” โคตรยักษ์! ยกทัพวัฒนธรรมฝั่งธน บุก IMPACT Exhibition Center Hall 5–6 ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 ไลน์อัพศิลปินคือเดือดมาก เรียกได้ว่ารวมตัวท็อปของยุคนี้มาไว้เวทีเดียวไม่ว่าจะเป็น BODYSLAM, 4EVE, TAITOSMITH, THREE MAN DOWN, FELLOW FELLOW, JOEY PHUWASIT, LITTLE JOHN, POLYCAT, PURPEECH, SERIOUS BACON, MIRRR และ JMNK สายร็อก สายอินดี้ สายป๊อป หรือสายเต้น
และอีกหนึ่งไฮไลท์กับที่สุดอาหารฝั่งธนแสนอร่อยมากมาย ยกขบวนขนมาแบบจัดเต็ม ในนาม ฝั่งธนฟูดส์ [ Fungthon Food Thailand ] และกิจกรรมอื่น ๆ อีกเพียบที่รวมไว้ภายในงานเดียว
ที่สำคัญสำหรับสายคอนฯตัวจริง ห้ามพลาดซื้อบัตรได้ทาง I HAVE TICKET www.ihaveticket.com หรือซื้อบัตร onsite ได้ที่ ENTLAB TICKET โทร 06-3183-1168 หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและการซื้อบัตรได้ที่ FB : ฝั่งธนเฟส
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney