“เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” แห่ง “เสนาดีเวลลอปเมนท์” อดีตอาจารย์จุฬาฯ จิตอาสา “โชคดีที่เกิดทันพ่อจน”

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” แห่ง “เสนาดีเวลลอปเมนท์” อดีตอาจารย์จุฬาฯ จิตอาสา “โชคดีที่เกิดทันพ่อจน”

Date Time: 25 เม.ย. 2569 04:10 น.

Summary

ชื่อของ “ดร.ยุ้ย” ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โคจรอยู่ในจุดศูนย์กลางของความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อครั้งถูกเปิดตัวในฐานะทีมนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตอนประกาศเข้าสู่สนามเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี 2564



Latest

เบทาโกร เปิด Next Gen รุ่น 3 ปั้นผู้นำธุรกิจอนาคต

ชื่อของ “ดร.ยุ้ย” ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โคจรอยู่ในจุดศูนย์กลางของความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อครั้งถูกเปิดตัวในฐานะทีมนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตอนประกาศเข้าสู่สนามเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี 2564

คุณชัชชาติกล่าวถึง ดร.ยุ้ยในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวะ ส่วน ดร.ยุ้ยเป็นอาจารย์ที่คณะบัญชี (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) นอกจากเชี่ยวชาญด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์แล้ว ดร.ยุ้ยยังเป็นคนเก่งตั้งใจทำงานสูง ที่สำคัญมีความเข้าใจจิตใจของผู้อื่น (Empathy) และติดดิน

แต่ที่คุณชัชชาติไม่ได้กล่าวไว้ คือความรับผิดชอบต่อบทบาทและหน้าที่ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเหตุผลหลักในหลายการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของ ดร.ยุ้ย ตั้งแต่เมื่อครั้งต้องเลือกระหว่างงานสอนหนังสือที่รัก กับการเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจของคุณพ่อแบบเต็มตัว หรือแม้กระทั่งตอนที่ตัดสินใจปฏิเสธรับตำแหน่งบริหารในทีมคุณชัชชาติ

“ยุ้ยโชคดีที่เกิดทันพ่อจน เห็นความยากลำบาก ยุ้ยเรียนโทและเอกด้วยทุนจุฬาฯ เพราะอยากเป็นอาจารย์กลับมาสอนหนังสือใช้ทุน ยุ้ยไม่อินกับธุรกิจของที่บ้าน แต่พอคุณพ่อไม่สบาย มีเหตุให้ต้องเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ ยุ้ยเป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว 2 คนที่ห่างกันเป็น 10 ปี นี่คือความรับผิดชอบ ทำ 2 งานควบมาตลอด โชคดีที่คณะบัญชี จุฬาฯเข้าใจ คณบดีให้ความเมตตา แต่ในที่สุดการทำงาน 2 อย่าง มันทำได้ไม่เต็มที่ทั้งคู่ ยุ้ยรู้สึกว่าเราไม่มีความรับผิดชอบต่อธุรกิจของคุณพ่อและต่องานสอนหนังสือ จึงตัดสินใจลาออกจากจุฬาฯ โทร.ไปร้องไห้กับคณบดี เพราะรักงานนี้มาก”

“เช่นเดียวกับตอนที่มีคนพูดเข้าหูว่า “หุ้นเสนาไม่น่าลงทุน เพราะเจ้าของไม่เอาจริง” ยุ้ยฟังแล้วกระตุกใจ เรามีหน้าที่รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและพันธมิตร ส่วนงานด้านสังคม เป็นนักธุรกิจก็ช่วยได้และยุ้ยกำลังทำอยู่”

เกิดและเติบโตย่านบางรัก ดร.ยุ้ยใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในตึกแถวที่อาศัยรวมกันหลายครอบครัว คุณพ่อขายมาสารพัดอย่าง ตั้งแต่กาแฟ ลอดช่อง ไม้ จนเริ่มเห็นลู่ทางว่าขายบ้านน่าจะหาเงินได้เยอะกว่า โครงการแรกอยู่ย่านลาดปลาเค้า เป็นห้องแถว 5 ห้อง ซึ่งป้ายเดิมติดว่า “เสนาวิลล่า” คุณพ่อไม่อยากเสียเงินทำป้ายใหม่ จึงใช้ชื่อนี้มาจนทุกวันนี้

“ยุ้ยเรียนประถมแถวบ้านที่โรงเรียนประสาทวิทยา ครอบครัวพอลืมตาอ้าปากได้ช่วงเรียนมัธยม พ่อส่งให้เรียนมาแตร์เดอี เพราะอยากให้อยู่ในสังคมที่ดี เริ่มเรียนเก่งขึ้นจนสอบเข้า ร.ร.เตรียมอุดมฯ และคณะบัญชี จุฬาฯ ซึ่งให้ทุนไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Claremont Graduate University สหรัฐอเมริกา กลับมาเป็นอาจารย์ นอกจากสอนหนังสือ ยังได้ทำวิจัย เป็นที่ปรึกษา ทำงานหลายรูปแบบ แถมมีรายได้เพิ่ม ยุ้ยรักการเป็นอาจารย์ เป็นงานที่สนุกมาก”

จนชีวิตเหวี่ยงมาให้เจอไฟลท์บังคับ เมื่อคุณพ่อป่วยหนัก ดร.ยุ้ยต้องช่วยแบ่งเบาภาระ “ช่วงแรกๆ ยุ้ยไม่มีใจเลย ตอนนั้นเสนายังทำงานแบบครอบครัว พนักงาน 40-50 คน มีแต่ญาติ ยุ้ยเป็นลูกเจ้าของ ไม่มีตำแหน่ง คุณพ่อป่วยแต่ยังเซ็นเช็คเอง เรามีหน้าที่แจกแจงว่าเอาเงินไปทำอะไร เป็นช่วงที่รู้สึกเหงา เบื่อ ไม่มี คนคุยด้วย แต่ก็ได้เรียนรู้ในฐานะอาจารย์ว่า เวลาเรียนเราสอนกรอบ กระบวนการทำธุรกิจ เช่น วิธีการหาแหล่งเงินทุน แต่ไม่ได้สอนวิธีกู้แบงก์ให้เก่ง ต้องทำอย่างไร เรียนมาขนาดไหน ก็ไม่เท่ากับได้ลงมือปฏิบัติ”

จากไฟลท์บังคับ ปัจจุบันคุณยุ้ยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เสนาดีเวลลอปเมนท์ ขณะที่คุณพ่อ “ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์” หายจากอาการป่วยและยังนั่งบริหารงานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เช่นเดียวกับน้องสาวทั้ง 2 คนที่เข้ามาช่วยงานบริษัทแล้วเช่นกัน

ผ่านกระบวนการเรียนรู้มากมาย เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบนิเวศ สมัครเป็นสมาชิกในทุกสมาคมผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเข้าไปเป็น “คนใน” จัดเวลาทุกวันศุกร์ออกไปสำรวจตลาด ศึกษาคู่แข่ง จากบ้านขยับสู่ตลาดคอนโดมิเนียม และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการนำหุ้นเสนาเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2552

แต่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เสนาเป็นผู้ประกอบการไทยรายแรกที่ริเริ่มโครงการหมู่บ้านโซลาร์เมื่อปี 2559 ขายบ้านพ่วงโซลาร์เซลล์บนหลังคาทุกหลัง แนวคิดดังกล่าวมาจากการลงพื้นที่ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554

“ปีนั้นลูกบ้านหลายโครงการถูกน้ำท่วม ยุ้ยลงไปช่วย เห็นความเสียหายแล้ว รู้สึกภัยธรรมชาติทวีความรุนแรง ในฐานะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เราต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยลง ยุ้ยนึกถึงพลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ โจทย์คือต้องติดตั้งไปกับบ้านเลยและราคาต้องไม่เป็นภาระ ถกกับเซลส์จนจะล้มเลิกความคิดหลายครั้ง โลเลตลอดเวลา เพราะขณะนั้นโซลาร์เซลล์ยังแพงและใหม่มาก แต่ในที่สุดก็ทำสำเร็จ โครงการแรกคือเสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา ช่วยลูกบ้านประหยัดค่าไฟไปได้มาก แถมลดการทำลายสิ่งแวดล้อม”

เป็นนักธุรกิจเต็มตัวแล้ว ดร.ยุ้ยบอกว่า สนุก เห็นโลกกว้างขึ้น เพราะขณะนี้เสนาขยายขอบเขต ผุดบริษัทลูกขึ้นมากมาย ทำทั้งลีสซิ่ง ขายโซลาร์เซลล์ ขายรถอีวี ทำสนามกอล์ฟ

ดร.ยุ้ยมองว่า เวลาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ 2 ตลาดที่กระทบทันทีคือหุ้นและบ้าน เธอจึงอยากช่วยคนให้มีโอกาสซื้อบ้านให้ได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา รายได้คนไทยไม่โต อัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง และหนี้ครัวเรือนยากที่จะแก้

“บ้านคือสินทรัพย์ที่สำคัญ ทุกวันนี้การมีบ้านยากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจ ยุ้ยจึงเปิดบริษัทลูกชื่อ “เงินสดใจดี” ช่วยคนอยากมีบ้าน แต่ไม่มีการวางแผนการเงิน ทำให้กู้ยาก กู้ไม่ผ่าน หรือเข้าไม่ถึงแหล่งทุน เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และวางแผน เริ่มจากช่วยได้ 10% ของคนที่เคยถูกปฏิเสธ เราได้ขายบ้าน ส่วนลูกค้าได้มีบ้านตามที่ฝันไว้”

ปี 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มเสนามีรายได้ 5,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% จากปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ 500 ล้านบาท ขณะที่กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ส่วนแบ่งกำไร และภาษีเงินได้ อยู่ที่ 940 ล้านบาท โต 93% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและความแข็งแรงของโครงสร้างธุรกิจ

กระนั้น ดร.ยุ้ยก็ยังไม่อยากพูดคำว่าสำเร็จ “ยุ้ยล้มเหลว ผิดพลาดก็มาก เคยทำคอนโดผู้สูงอายุ ขาดทุนไป 100 ล้านบาท ไม่ได้สำเร็จทุกเรื่อง พอเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ก็อยากได้เงินแหละ บริษัทไหนๆ ก็อยากได้เงินเพิ่ม แต่มองเงินอย่างเดียวไม่ได้ ทำธุรกิจที่ดีต้องมีหมุดหมาย”.

มาดามเจด้า


คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ