
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายห้างสรรพสินค้าลักชูรี่ในยุโรปอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นจุดหมายปลายทางของแบรนด์ระดับโลก ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ค้าปลีกที่ผสานวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน โดยทิศทางต่อไปจะเน้นเสริมความแข็งแกร่งทั้งโครงสร้างองค์กร ทีมผู้บริหาร และความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในยุโรปและเอเชีย
สำหรับการปรับโครงสร้างครั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งผู้บริหารหลักในยุโรป ได้แก่ ปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป ดูแลทิศทางกลยุทธ์และภาพรวมธุรกิจ จูเซ็ปเป ดามาโต ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์ รับผิดชอบกลยุทธ์สินค้า การตลาด และ Retail Media และ ชาติ จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์ เชื่อมโยงความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกและเครือข่ายยุโรป-เอเชีย ขณะที่ อังเดร เมเดอร์ ยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มเซลฟริดเจส ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและกองทุนความมั่งคั่งแห่งซาอุดีอาระเบีย (PIF)
ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลมีเครือข่ายห้างสรรพสินค้าลักชูรี่รวม 40 สาขา ใน 34 เมืองหลัก ครอบคลุม 7 ประเทศในยุโรป ผ่านแบรนด์สำคัญ ได้แก่ รีนาเชนเต ในอิตาลี อิลลุม ในเดนมาร์ก กลุ่มคาเดเว ในเยอรมนี โกลบุส ในสวิตเซอร์แลนด์ และกลุ่มเซลฟริดเจส ในสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และไอร์แลนด์ ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองและเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของแต่ละประเทศ
หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุด บริษัทได้เปิดห้างโกลบุส สาขาบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปลายปี 2568 หลังใช้เวลากว่า 3 ปีในการบูรณะอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 100 ปี ให้เป็นศูนย์การค้าระดับลักชูรี่ที่ผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัย
ขณะที่ในเดือนเมษายน 2569 ห้างเซลฟริดเจส กรุงลอนดอน เปิดตัว “40 Duke” พื้นที่ไฮบริดระดับพรีเมียมบนถนนออกซ์ฟอร์ด รองรับลูกค้ากลุ่มบน พร้อมบริการ Personal Shopping และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังเร่งพัฒนาธุรกิจ Retail Media โดยต่อยอดศักยภาพทำเลห้างและฐานข้อมูลลูกค้า สร้างแพลตฟอร์มสื่อสำหรับแบรนด์พันธมิตร โดยประเมินว่าตลาด Retail Media ในยุโรปจะมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2569 ปัจจุบันห้างในเครือได้เริ่มต่อยอดสู่โมเดลสื่ออย่างชัดเจน อาทิ รีนาเชนเต ที่ปรับสู่การเป็น Media Company เซลฟริดเจสที่ใช้แฟล็กชิปสโตร์สร้างประสบการณ์แบรนด์แบบ Immersive และดี แบนคอร์ฟ ที่พัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม Brand Activation ขนาดใหญ่ในเนเธอร์แลนด์