
นายธนกร วีรชาติยานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เปิดเผยว่า ภาพรวมค้าปลีกอุดรธานีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเริ่มฟื้นตัวตามการบริโภคในประเทศที่กลับมา แต่ระยะสั้นได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หมวดอาหารยังเป็นแรงพยุงสำคัญ ขณะที่โครงสร้างการใช้รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ทำให้ผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันยังอยู่ในระดับจำกัด และพฤติกรรมผู้บริโภคมักจะกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1–2 เดือน
“เริ่มเห็นสัญญาณใช้จ่ายชะลอลงบ้าง มองว่าไม่ใช่วิกฤตระยะยาว แต่เป็นแรงกระแทกระยะสั้นที่ต้องบริหารให้ทันจังหวะ สิ่งสำคัญคือการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภคให้ขาด และปรับเกมให้เร็ว เราจึงต้องปรับทั้งเกมรุกและเกมรับ เพิ่มสัดส่วนร้านอาหารและบริการที่ใช้บ่อย ควบคู่จัดอีเวนต์ต่อเนื่อง เพื่อรักษาทราฟฟิกและกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่”
สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป มองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูมิภาคยังเดินหน้าต่อได้ หากไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติม โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นทางธุรกิจ การควบคุมต้นทุน และการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อรักษาฐานลูกค้าและขับเคลื่อนการเติบโตในภาวะที่กำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่
ด้านน.ส.อภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ ยูดี ทาวน์ ในปีนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การใช้ข้อมูลเชิงลึก (Data & Insight) การสร้างประสบการณ์ (Experience-led) และการทำงานร่วมกับพันธมิตร (Collaboration) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการทำตลาดและสร้างการกลับมาใช้บริการซ้ำ
สำหรับไฮไลต์สำคัญลงทุนกว่า 30 ล้านบาทจัดงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” ภายใต้แนวคิด “Neon Water: The Power of the Flow” ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเฟสติวัลครบวงจร ทั้งคอนเสิร์ต อุโมงค์น้ำ ปาร์ตี้โฟม และโปรดักชันแสง สี เสียงขนาดใหญ่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 เมษายน ณ ลานเดอะแลนด์ โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับเป็นแลนด์มาร์กสงกรานต์ของอีสาน
ขณะเดียวกัน งานยังคง “ยืนอยู่บนรากวัฒนธรรม” ผ่านโซนประเพณีไทยที่ออกแบบให้เข้าถึงง่ายและร่วมสมัย โดยอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากวัดสำคัญ 9 แห่งทั่วประเทศ อาทิ พระแก้วมรกต, พระพุทธโสธร, พระพุทธชินราช และพระพุทธสิหิงค์ มาให้ประชาชนร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย เพื่อเชื่อม “ความเชื่อดั้งเดิม” เข้ากับ “ประสบการณ์เทศกาลยุคใหม่” ได้อย่างสมดุล
“มีการวางระบบอย่างละเอียดเพื่อรองรับปริมาณคนจำนวนมาก ตั้งแต่การจัดโซนใช้งานให้ชัดเจน การกระจายจุดกิจกรรมและจุดถ่ายภาพเพื่อลดความแออัด ไปจนถึงการยกระดับมาตรการความปลอดภัยแบบครบวงจร ทั้งเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ระบบดูแลพื้นที่ และการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงและการแพทย์ เพื่อให้ความสนุก เดินควบคู่กับ ความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม”
ทั้งนี้พื้นที่รองรับถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง ครอบคลุมทั้งโซนคอนเสิร์ต โซนเล่นน้ำ และโซนกิจกรรม โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ได้แก่ ที่จอดรถมากกว่า 3,000 คัน โซนร้านค้าและอาหารกว่า 30 ร้าน ห้องน้ำมากกว่า 40 ห้อง และระบบดูแลความปลอดภัยเข้มงวดจากหลายหน่วยงาน อาทิ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี กองบิน 23 หน่วย EOD และทีมแพทย์ฉุกเฉิน
ตลอด 4 วัน 4 คืน เวทีคอนเสิร์ตจะเป็นอีกแรงดึงสำคัญ นำโดยศิลปินชื่อดัง อาทิ ก้อง ห้วยไร่, Retrospect, อ๊อฟ ปองศักดิ์, Tilly Birds, MAIYARAP รวมถึงดีเจและศิลปินสายปาร์ตี้ระดับสากล เพื่อยกระดับบรรยากาศสู่เฟสติวัลมาตรฐานเมืองท่องเที่ยว
ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 200,000 คน โดยยังคงเป็นนักท่องเที่ยวไทยสัดส่วนหลักราว 85% และต่างชาติ 15% แต่แนวโน้มที่น่าจับตาคือสัดส่วนผู้เดินทางข้ามจังหวัดและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการรับรู้ของงานในวงกว้าง และศักยภาพของอุดรธานีในฐานะจุดหมายปลายทางเทศกาลของภาคอีสาน
ทั้งนี้ โมเดลธุรกิจของยูดี ทาวน์จะมุ่งสู่ “เศรษฐกิจประสบการณ์” ใช้อีเวนต์เป็นเครื่องมือสร้างทราฟฟิกและกระจายรายได้สู่ธุรกิจในพื้นที่ ทั้งค้าปลีก โรงแรม และบริการ ขณะเดียวกันธุรกิจในเครือ อาทิ Hotel MOCO และมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จะเชื่อมการทำงานเป็นระบบเดียว รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและตลาด MICE เพื่อยืดระยะเวลาการเข้าพักและเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัว