
ภญ.วิชชุลดา ผรณเกียรติ์ รองประธานบริษัท บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA We care เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจ มุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ด้านโภชนเภสัช รองรับความต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เพิ่มขึ้น จากโครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมสูงวัยและภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ยังเป็นปัญหาหลักของระบบสาธารณสุข
ทั้งนี้ตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพเชิงป้องกันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยในปี 2568 บริษัทเติบโตราว 10% และยังคงครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทย ขณะที่ปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตระดับสองหลัก จากการขยายสินค้าและรุกตลาดมากขึ้น
การขยายพอร์ตครั้งนี้เน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของคนไทย โดยข้อมูลระบุว่ามีสัดส่วนมากกว่า 70% ของการเสียชีวิตทั้งหมด สะท้อนโอกาสการเติบโตของตลาดสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทพยายามสร้างความแตกต่างด้วยการยกระดับมาตรฐานการผลิต โดยโรงงานในไทยได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลยาระดับสากล เช่น BfArM ของเยอรมนี และ TGA ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความเข้มงวดสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภคและบุคลากรทางการแพทย์
ปัจจุบัน MEGA We care มีการจำหน่ายสินค้าในกว่า 38 ประเทศ และมีพอร์ตผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่วิตามินพื้นฐานไปจนถึงผลิตภัณฑ์เฉพาะทางด้านสุขภาพ โดยบริษัทยังลงทุนในศูนย์ให้ความรู้ด้านสุขภาพเพื่อขยายฐานผู้บริโภคและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพยังคงรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง จากการเข้ามาของผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างความแตกต่างทั้งด้านคุณภาพสินค้าและความน่าเชื่อถือ เพื่อรักษาการเติบโตในระยะถัดไป
ทั้งนี้ แนวโน้มสังคมสูงวัยของไทย ซึ่งคาดว่าจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็นเกือบ 30% ในทศวรรษหน้า ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อธุรกิจสุขภาพ และเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง