
ดีป้า เดินหน้าโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชน มุ่งยกระดับมิติการดำรงชีวิตอัจฉริยะ ทั้งด้านความปลอดภัยชุมชน
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง (Smart Living, Better Living) โดยมี นายสมศักดิ์ การเจริญกุลวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมดำเนินโครงการร่วมในพิธีเปิดโครงการ
ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ชุมชนดิจิทัลกับการพลิกโฉมประเทศไทย โดยระบุว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของประเทศไทยจำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชนในระดับพื้นที่
เนื่องจาก Smart City ไม่ใช่เพียงการติดตั้งเทคโนโลยีในเมืองเท่านั้น แต่เป็นการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และใช้เทคโนโลยีได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในระดับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมมากกว่า 30 ล้านคน ซึ่งถือเป็นกลุ่มสำคัญของประเทศ หากสามารถยกระดับศักยภาพของคนกลุ่มนี้ให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้จริง ก็หมายถึงการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนทั่วประเทศ สำหรับการดำเนินโครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง มุ่งยกระดับมิติการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) ซึ่งจะไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีไปติดตั้งในพื้นที่ แต่จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนได้เรียนรู้ เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีด้วยตนเอง
เมื่อชุมชนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง การเปลี่ยนแปลงระดับชุมชนก็จะขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงของเมือง และท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศทั้งระบบด้วยพลังของเทคโนโลยีดิจิทัล
ด้าน ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า สมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล สมาร์ทลีฟวิ่ง (OTOD Smart Living) ที่ ดีป้า ดำเนินการในปี 2568 เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชน ทั้งด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะและการเกษตรอัจฉริยะผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะเป็น โดรนเพื่อการเกษตร ระบบ IoT การเกษตรอัจฉริยะ แทรกเตอร์อัจฉริยะ แพลตฟอร์มคาร์บอนด้านการเกษตร
รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของชุมชน โดยโครงการดังกล่าวสามารถยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนไม่น้อยกว่า 2,700 คนจาก 900 ครัวเรือนทั่วประเทศ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 170 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่
สำหรับปี 2569 ดีป้า จึงต่อยอดการดำเนินงานสู่โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชุมชนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น กล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ ไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ และ IoT การเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุอาชญากรรมและอุบัติเหตุในพื้นที่ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตร และลดต้นทุน
โดยตั้งเป้าส่งเสริมเพิ่มอีก 40 ชุมชน ซึ่งจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 2 ปี คาดว่าจะมีชุนชนทั่วประเทศได้รับการส่งเสริมรวม 85 ชุมชน ประชาชนได้รับการยกระดับทักษะดิจิทัลไม่น้อยกว่า 5,400 คนจาก 1,800 ครัวเรือนทั่วประเทศ และประเมินว่าจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 210 ล้านบาท พร้อมเป็นกลไกต่อยอดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการดำเนินงานภายใต้โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เป็นการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่ชุมชนด้วยรูปแบบสนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งานเทคโนโลยี 2 ปี และการช่วยเหลือหรืออุดหนุนผ่านมาตรการ d-community โดยชุมชนที่ต้องการขอรับการส่งเสริม ต้องมีความพร้อมในการลงทุน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของโครงการในระดับพื้นที่ โดยการสนับสนุนแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
1. รูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัย (Smart Safety Living) สนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งาน 2 เทคโนโลยีดิจิทัลด้านความปลอดภัย ประกอบด้วยกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ โดยชุมชนจะต้องลงทุน สำหรับกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ 4 ชุด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ 4 ชุด เป็นงบประมาณ 115,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ขณะที่ ดีป้า สนับสนุนเพิ่มกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ 10 ชุด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ 20 ชุด พร้อมติดตั้ง เป็นมูลค่าสนับสนุนทั้งหมด 447,000 บาท
2. รูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัยและยั่งยืน (Smart Living Accelerator) สนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งาน 2 เทคโนโลยีดิจิทัลด้านความปลอดภัย ตามรูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัย และขอรับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนเทคโนโลยีที่ต้องการเพิ่มเติม ได้แก่ กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และ/หรือ IoT เพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โดย ดีป้า จะช่วยเหลือหรืออุดหนุนเพิ่มเติม 50% (สูงสุด 150,000 บาท) ของมูลค่าเทคโนโลยีที่ชุมชนต้องการผ่านมาตรการ d-community
โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เปิดรับสมัครกลุ่มชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 6 – 31 มีนาคม 2569 และมีกำหนดลงพื้นที่เพื่อยกระดับทักษะด้านดิจิทัลแก่ชุมชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในช่วงเดือนเมษายน – กันยายน 2569
รับรางวัล : นางสาววรรัช เอกอวัสดาพร ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทยมายาวนานตลอด 57 ปี กล่าวว่า สำหรับปี 2569 แบรนด์ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ ได้รับรางวัล Market Leader Brand Award จากเวที 2026 Thailand’s Most Admired Brand โดยแบรนด์ได้รับการจัดอันดับเป็น แบรนด์อันดับ 1 ในหมวดสินค้าอุปโภค กลุ่มครีมอาบน้ำ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความนิยมและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง
รางวัลดังกล่าวจัดโดย BrandAge สื่อด้านการตลาดชั้นนำของไทย ซึ่งจัดทำโครงการ Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องมายาวนานกว่า 26 ปี เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชมและความเชื่อมั่นสูงสุดในตลาดไทย ครอบคลุมการจัดอันดับแบรนด์ใน 12 หมวดสินค้า และสะท้อนภาพลักษณ์ ความนิยม และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภค
ประหยัดไฟเบอร์ 5 : ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพและค่าไฟกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่เคย การล้างแอร์ และ การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จึงไม่ใช่แค่เพียงการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนเท่านั้น แต่เป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยโฮมโปร-เมกาโฮม จึงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในโครงการ ล้างแอร์ช่วยชาติ-ใช้ผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ประหยัดไฟ ไทยต้องรอด 2569 มอบส่วนลดค่าบริการล้างแอร์ มูลค่า 300 บาทต่อเครื่อง เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการล้างแอร์ที่ได้มาตรฐานจากทีม CHANG HomePro - มือโปรประจำบ้านคุณ เริ่ม 25 มี.ค. 69 – 23 พ.ค. 69 พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการอยู่อาศัยสู่ความยั่งยืน