เว็ทซินโนว่า ปรับซัพพลายเชน ยืดสต๊อก 6 เดือน รับความเสี่ยงสงคราม

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เว็ทซินโนว่า ปรับซัพพลายเชน ยืดสต๊อก 6 เดือน รับความเสี่ยงสงคราม

Date Time: 19 มี.ค. 2569 06:54 น.

Summary

  • เว็ทซินโนว่า ปรับซัพพลายเชนรับความเสี่ยงสงคราม
  • ขยายเวลาสั่งสินค้าล่วงหน้าเป็น 6 เดือน พร้อมเพิ่มสต๊อกรองรับยอดขายครึ่งปี
  • ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ยังทรงตัว แต่มีความเสี่ยงปรับขึ้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 
  • บริษัทตรึงราคาสินค้าคุมต้นทุนไม่ให้กระทบผู้บริโภค
  • เผยรายได้ปี 2568 อยู่ที่ 420 ล้านบาท สูงกว่าเป้าปี 2569 ตั้งเป้า 700 ล้านบาทเติบโต 67%
  • แรงหนุนมาจากตลาดสัตว์เลี้ยงที่ยังขยายตัว และความนิยมดูแลสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัว
  • ตั้งเป้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 3 ปีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท

  • กำลังซื้อยังเป็นความเสี่ยงผู้บริโภคกว่า 90% เน้นความคุ้มค่า


Latest

Ruder Finn Era ตั้ง “ปวเรศ” คุมไทย ดันฐานยุทธศาสตร์ภูมิภาค

น.สพ.มนัยธร เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันผลกระทบจากสงครามยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทได้เริ่มปรับแผนบริหารจัดการซัพพลายเชน โดยระยะเวลาการสั่งสินค้าล่วงหน้า จากเดิม 2–3 เดือน ขยายเป็น ประมาณ 6 เดือน พร้อมเพิ่มปริมาณสต๊อกสินค้าเพื่อให้เพียงพอรองรับการขายล่วงหน้าในช่วงครึ่งปี


นอกจากนี้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก ยังอยู่ในระดับทรงตัวในช่วง 2–3 เดือนนี้ เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ยังมีสต๊อกเดิมรองรับ แต่หากยืดเยื้อ อาจเริ่มเห็นแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบต่อไป โดยบริษัทยังคงตรึงราคาสินค้า และพยายามควบคุมต้นทุนเพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค


ในด้านผลประกอบการ บริษัทมีรายได้ปี 2568 อยู่ที่ 420 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และตั้งเป้าปี 2569 เพิ่มเป็น 700 ล้านบาท หรือเติบโต 67% โดยยังได้รับแรงหนุนจากตลาดสัตว์เลี้ยงที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกครอบครัว


“การเติบโตที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ทั้งอาหารเสริมและอาหารเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแบรนด์ VFCore และ DeliSci ซึ่งเป็นสินค้าที่พัฒนาโดยอิงแนวทางสัตวแพทย์ ขณะที่ภาพรวมตลาดยังมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา”



สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม จากปัจจุบันที่ส่งออกไปแล้ว 7 ประเทศ และเตรียมเพิ่มอีก 4 ประเทศ ควบคู่กับการลงทุนวิจัยและพัฒนาปีละกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม


อย่างไรก็ตาม ภาพรวมกำลังซื้อยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา โดยข้อมูลของบริษัทพบว่าผู้บริโภคกว่า 90% ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของราคามากขึ้น สะท้อนแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ แม้ความต้องการดูแลสัตว์เลี้ยงยังเติบโตต่อเนื่อง. บริษัทตั้งเป้าระยะกลางในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี โดยตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ท่ามกลางตลาดสัตว์เลี้ยงไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวแตะระดับ 1 แสนล้านบาทในปี 2569


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ