
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “ยุคโลกเดือด” ภาวะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำลายสถิติเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า คลื่นความร้อนที่รุนแรง ภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น ไปจนถึงพายุและฝนตกหนักผิดฤดูกาล ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเชิงสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่กำลังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
แนวคิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนต่างร่วมกันขับเคลื่อน โดยหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งคือ “ภาคอสังหาริมทรัพย์” เพราะที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้พลังงานในชีวิตประจำวันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้า การปรับอากาศ หรือการใช้น้ำ
ด้วยเหตุนี้ แนวคิด “บ้านประหยัดพลังงาน” หรือบ้านที่ออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ และไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว หากแต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาเลือกที่อยู่อาศัย
ข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคล่าสุดของ “ดีดีพร็อพเพอร์ตี้” (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน โดยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 17% ให้ความสำคัญกับการเลือกผู้พัฒนาโครงการที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีมาตรฐานอาคารเขียว ซึ่งกลายเป็นปัจจัยอันดับต้นๆรองจากชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการ
ยิ่งไปกว่านั้น ผลการศึกษา DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study ยังพบว่า ผู้บริโภคกว่า 46% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่อีก 52% แม้ยังไม่ตัดสินใจ แต่ก็เปิดรับแนวคิดดังกล่าว นอกจากนี้ เกือบ 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังระบุว่าพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น บ้านที่ช่วยลดความร้อน ลดฝุ่น หรือช่วยประหยัดพลังงาน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองบ้านเพียงเป็นสถานที่พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังมองว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการดูแลโลกไปพร้อมกัน
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของบ้านประหยัดพลังงาน คือการออกแบบโครงสร้างให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยกันความร้อน เช่น อิฐมวลเบา การติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา หรือการใช้กระจกชนิดพิเศษอย่าง Low-E ซึ่งสามารถสะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่ากระจกทั่วไป ส่งผลให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลงและช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
นอกจากวัสดุก่อสร้างแล้ว การออกแบบบ้านให้ใช้ประโยชน์จากแสงและลมธรรมชาติก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ บ้านที่หันหน้าไปในทิศทางที่เหมาะสม มีช่องเปิดสำหรับการระบายอากาศที่ดี และมีพื้นที่สีเขียวโดยรอบ จะช่วยลดความร้อนสะสมภายในบ้านได้อย่างเป็นธรรมชาติ การปลูกต้นไม้หรือจัดสวนเล็กๆภายในบ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เย็นสบายและผ่อนคลายมากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญคือการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25–26 องศา การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน หรือการใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมตามช่วงเวลาล้วนเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและการใช้พลังงานโดยรวม
สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับบ้านให้ก้าวสู่การเป็นบ้านประหยัดพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีอย่าง Solar Rooftop หรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคากำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างบนหลังคาให้กลายเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ในช่วงกลางวัน ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลักและลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว
แม้ต้นทุนการติดตั้งจะยังค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุน เช่น การให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง Solar Rooftop สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท จนถึงปี 2571 รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อบ้านสีเขียวจากสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า “บ้านประหยัดพลังงาน” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของการอยู่อาศัยยุคใหม่เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้างเมืองที่ยั่งยืนในอนาคต เพราะบ้านหนึ่งหลังที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม!!!
เจริญสุข ลิมป์บรรจงกิจ
คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม